ตั้งเป้าหมายง่ายๆ แล้วเราจะสามารถทำสำเร็จได้[1]

ผมว่ามีหลายคนที่เป็นเหมือนผม นั้นก็คือมีเรื่องที่อยากทำให้สำเร็จมากมาย แต่พอลงมือทำจริงๆแล้วกับไม่เคยสำเร็จเลย จะกระตือรือล้นเฉพาะช่วงแรกๆเท่านั้น แล้วผ่านไปสักเดือนสองเดือนสามเดือนก็ลืมสิ่งนั้นไป กลับไปอยู่ในสภาพแบบเดิม จะกลับมาคิดถึงสิ่งที่อยากทำนั้นอีกครั้งก็ตอนปีใหม่ หรือวันเกิดของตัวเอง ที่เรามักจะคิดว่าไอ้สองวันนี้มันคือวันของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ เราก็จะคิดสิ่งดีๆที่เราอยากจะทำมากมาย

ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นเรื่องราวเป็นรูปธรรม ผมอยากลดน้ำหนัก เพราะสังเกตว่าเดียวนี้ตัวเองไม่เหมือนเดิม จากแต่ก่อนเคยหนัก 56 กิโลกรัม แต่น้ำหนักเพิ่มเอาๆจนขึ้นไปอยู่ที่ 74 กิโลกรัม เริ่มมีคนทักว่าอ้วน ครั้งแรกอาจจะไม่คิดอะไร แต่หลังจากนั้นมันตามมาด้วยครั้งที่สองสามสี่ จึงตระหนักได้ว่าตัวเองอ้วนจริงๆแล้วละ ผมเลยรู้ว่าทำไหมการโฆษณาซ้ำๆมันถึงทำให้สินค้าขายได้ ส่วนเหตุผลที่ผมน้ำหนักเพิ่มขึ้นก็อาจจะเป็นเพราะ 1.ไม่ได้ออกกำลังกาย 2.เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นประสิทธิภาพของระบบการย่อยอาหารจึงลดลง ทำให้เกิดพลังงานสะสมในรูปแบบของพุง 3.กินมากไป เมื่อรู้สาเหตุก็คิดวิธีการแก้ปัญหา ความคิดแวบแรกคือซื้อยาลดความอ้วนที่มีขายอยู่ในท้องตลาดอย่างดาษดื่น มากินแต่คิดอีกทีไม่ดีกว่า เพราะผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับสารเคมีต่างๆในยาลดความอ้วนเลยว่ามันทำงานยังไงมันจึงทำให้เราน้ำหนักลดลงได้ หากมีความรู้มากพอว่ามันจะไม่เกิดโทษกับร่างกายจริงๆวันหนึ่งผมก็อาจจะซื้อมากินก็ได้ แต่ตอนนี้ยังก่อน เมื่อรู้สาเหตุก็แก้ตามสาเหตุ ผมไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ผมก็เริ่มลุกมาวิ่งตอนเช้าก่อนไปทำงาน และตอนเย็นก็ออกไปวิ่งอีกครั้ง โดยผมหักโหมมากวิ่งครั้งละกิโลสองกิโล(ซึ่งถือว่ามากสำหรับผม) พร้อมทั้งการจดจ่อกับการชั่งน้ำหนักว่าลดลงกี่กิโลแล้ว แต่ในใจลึกๆไม่มีความสุขเลยตอนเช้าก็เกิดความรู้สึกประมาณว่า อีกแล้วเหรอวะต้องไปวิ่งอีกแล้วเหรอวะคิดถึงความเหนื่อย อาการปวดแข้งปวดขาต่างๆที่ตามมา แต่ก็ไป ตอนเย็นก็เหมือนกัน สาเหตุที่สองระบบการย่อยอาหารไม่ดีเพราะเริ่มแก่ งั้นก็ต้องใช้ตัวช่วย พยายามกินนมเปรี้ยว หรือโยเกิตร์ทุกวัน เพราะเขาบอกว่าช่วยในเรื่องการย่อยอาหารได้ สาเหตุที่สาม กินมากไป วิธีการของผมก็คือจะไม่กินให้จนอิ่ม กินไปซักพักก็จะหยุด เพราะผมเคยอ่านเจอว่า ความอิ่มของเรามันจะ Delay ประมาณ 20 นาที เพราะฉะนั้นเวลาที่เรากินไปเรื่อยๆจนอิ่มเองเราจะรู้สึกแน่นท้อง

หลังจากนั้นผมก็ปฏิบัติตามวิธีการที่ตัวเองคิดขึ้นมาอย่างเคร่งครัด แต่ช่วงหนึ่งงานยุ่งมากจนต้องเอากลับมาทำที่บ้าน ทำให้ผมไม่มีเวลาออกไปวิ่ง เมื่อไม่ได้ทำตามข้อหนึ่ง ความคิดในใจก็คิดตามมาว่าข้อหนึ่งไม่ได้ทำแล้วข้อสองก็เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวได้ทำข้อหนึ่งเมื่อไหรค่อยทำให้ครบทุกข้อ ข้อสามก็เหมือนกัน หลังจากนั้นผมก็หยุดยาวเลย งานที่เคยยุ่งก็ไม่ยุ่งแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้คิดที่จะออกไปวิ่งอีกเพราะคิดถึงความเหนื่อยความลำบากที่เจอ สุดท้ายเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผมกลับมาคิดเรื่องของการลดน้ำหนักอีกครั้ง เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเกิดของผมเอง และเวลาผ่านไปสักพัก ก็ดูเหมือนว่าไอ้แผนใหม่ของผมนี้จะได้ผลซะด้วยอาจจะไม่วือหวาแต่กราฟของน้ำหนักก็ลดลงเรื่อยๆ อยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไหงต้องติดตามในตอนต่อไปครับ

Comments

comments