ตั้งเป้าหมายง่ายๆ แล้วเราจะสามารถทำสำเร็จได้[2]

หลังจากวางแผนครั้งแรกไม่สำเร็จจนเวลาผ่านไปเนินนาน แล้วจึงกลับมาอยากลดน้ำหนักอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมจะต้องคิดให้มากกว่าเดิมว่าผมจะทำยังไง ถึงจะสามารถทำสิ่งที่คิดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะตอนนี้ผมเกิดการตระหนักแล้วว่า ถ้าจะทำเยอะๆ อย่างเช่นถ้าจะวิ่ง คิดวางแผนวันนี้พรุ่งนี้วิ่งเลยสิบกิโลเมตร ก็ยังสามารถทำได้ แต่ผมไม่ต้องการแบบนั้นสิ่งที่ผมต้องการคือ ทำน้อยแต่ทำอย่างต่อเนื่องจนกายเป็นนิสัยไปเลย

ผมเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็นการกวาดบ้านแทนเพราะต้องการให้ร่างกายได้ขยับทุกๆวัน พร้อมกับได้ประโยชน์ด้วย ผมก็เริ่มเลยในวันรุ่งขึ้นและก็ทำอย่างนั้นอยู่เป็นเดือน หลังจากผมคิดว่าการกวาดบ้านมันเป็นนิสัยผมแล้ว ผมก็ขยับมาถูด้วย ผมก็ทำอย่างนั้นอยู่อีกหลายเดือน จนมันเหมือนกับเป็นการทำงานอย่างอัตโนมัติของร่างกายไปแล้วว่าเมื่อกับมาจากทำงานผมจะต้องจับไม้กวาดแล้วก็เริ่มลงมือกวาดบ้านทันที หลังจากกวาดบ้านเสร็จก็ต้องถูในทันที หลังจากนั้นผมก็เพิ่มกิจกรรมเข้าไปอีกสองสามอย่าง จนในแต่ละวันกิจกรรมเหล่านั้นสามารถที่จะทำให้ผมสามารถที่จะเสียเหนื่อยได้ และผมก็ทำมันเป็นประจำโดยอัตโนมัติ ทุกวันนี้ผมก็ยังทำอยู่ สิ่งที่ผมได้รับคือ น้ำหนักผมลดลงหกกิโลกรัมเลยทีเดียว

นี้คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงจากการแก้ปัญหาจากสิ่งที่เล็กน้อยๆที่อยู่รอบๆตัวเรา คุณก็สามารถใช้หลักการง่ายๆนี้ไปประยุกต์ใช้กับเรื่องๆอื่นๆได้เช่นกัน

สรุปหลักการของการตั้งเป้าหมายง่ายๆ คุณต้องหาก่อนว่าคุณต้องการที่จะเพิ่มหรือแก้ปัญหาอะไรให้กับชีวิต เช่นอยากเก่งภาษาอังกฤษ ขั้นตอนต่อมาคุณก็จะต้องมาคิดกิจกรรมว่ากิจกรรมอะไรที่มันจะทำให้คุณบรรลุเป้าหมายนั้นได้ อย่างเช่นเป้าหมายอยากเก่งภาษาอังกฤษ คุณก็ต้องท่องคำศัพท์ให้ได้เยอะๆ คุณก็กำหนดเลยว่าจะท่องศัพท์ทุกวัน หรือห้าวันทำงาน อันนี้ก็แล้วแต่ ต่อมาก็กำหนดเวลาว่าจะทำมันตอนไหน อย่างเช่นตอนเช้าก่อนเริ่มทำงานอย่างอื่น แต่ข้อแนะนำของผมก็คือให้เริ่มจากน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสาระสำคัญของเรานั้นคือต้องการที่จะทำให้กิจกรรมใหม่ที่เราเพิ่มเข้ามาในชีวิตของเรานั้น เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของเรา ไม่ได้คาดหวังว่าจะเก่งภายในพรุ่งนี้เลยเพราะฉะนั้นคุณควรเริ่มจากจำนวนหรือ ปริมาณที่น้อยที่สุดก่อน ลำดับต่อมาคุณต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำกิจกรรมนั้นให้อยู่ใกล้ตัวและอยู่ในพื้นทีที่เราจะต้องอยู่ทุกวัน อย่างเช่นโต๊ะทำงาน หรือถ้าใครที่ต้องทำงานที่เดินทางบ่อยแล้วละก็ก็เอาใส่ไว้ในกระเป๋าเลยก็ได้ ถัดมาหลังจากนั้นก็คือการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง โดยคุณไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณของงานเข้าไปให้ทำเท่าเดิมไปเรื่อยๆ เช่นท่องศัพท์ก็ท่องคำเดียวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าการท่องศัพท์ของเรานั้นมันกลายเป็นนิสัยของเราไปแล้ว จึงให้เพิ่มปริมาณตามที่เราต้องการแต่ต้องไม่มากจนเกินไป และขั้นตอนสุดท้ายคือการจดบันทึก เพราะการจดบันทึกจะเหมือนเป็นการให้กำลังใจตัวเองว่าเราทำสำเร็จแล้ว เป็นการย้ำคิดย้ำเตือนให้เราตะหนัก และรู้สึกมีความสุขที่เราได้ทำเป้าหมายของเราได้สำเร็จในแต่ละวัน

แนวคิดนี้ผมตั้งชื่อมันว่าการตั้งป้าหมายง่ายให้กับชีวิต โดยเราสามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมอื่นๆที่เราต้องการได้ทั้งหมด และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆท่าน

Comments

comments