ทุกวันภัยร้ายอยู่รอบตัวเรา

ช่วงนี้ตามสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น Online หรือว่า office ต่างก็กำลังให้ความสำคัญกับข่าวอาชญากรรม ข่าวหนึ่งนั้นก็คือข่าวที่ค้นร้ายได้ลงมือปล้นโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาคนหนึ่ง และในโลกโซเชียวมีเดียเองก็กำลังพูดถึงข่าวๆนี้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งความคิดเห็นส่วนใหญ่ไปในเชิงที่ว่า ฆาตกรเป็นคนอำมหิตมาก

หลังจากที่เกิดเหตุได้ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถที่จะจับกุมผู้กระทำผิดได้เพราะว่าในบริเวรที่เกิดเหตุนั้นมีกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด โดยคนที่ก่อเหตุนั้นเป็นพ่อค้าขายผลไม้โดยที่เจ้าตัวอ้างว่าช่วงนี้ขายไม่ดีจึงออกชิงทรัพย์โดยคืนที่เกิดเหตุนนั้นได้ชิงทรัพย์ไปทั้งหมดสี่รายด้วยกันโดยคนที่เสียชีวิตคือรายที่สองที่เขาชิงทรัพย์ ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ยังไปกระชากกระเป๋าของผู้หญิงอีกสองคนโดยไม่ได้สะทกสะท้านกับการที่พึ่งฆ่าคนตายไปเลย ซึ่งจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ก็พบว่าคนร้ายนั้นมีประวัติอาชญากรรมที่โชกโชนมากเข้าออกเรือนจำเป็นว่าเล่นตั้งแต่เด็ก และภาพวิดีโอขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมก็ไม่ได้แสดงถึงความสะทกสะท้านต่อความผิดเลย

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนร้ายมาทำการแถลงข่าว ซึ่งสิ่งที่ออกมาจากปากคนร้ายนั้นก็ทำให้เกิดความเกียดชังในสังคมเพิ่มมากขึ้นอีก โดยคนร้ายได้กล่าวว่า หากเหยื่อไม่สู้ก็คงไม่ตายหรอก เหมือนกับเป็นการโยนความผิดไปให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิต และเป็นตรรกะที่ผิดเพี้ยนมากๆ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนร้ายเพื่อที่จะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแต่ระหว่างนั้นก็มีประชาชนมารอดูเป็นจำนวนมากและหลายคนก็พยายามที่เข้าไปทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา จนต้องยกเลิกการทำแผนประกอบคำรับสารภาพไป และในภายหลังก็ได้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณอื่นๆ

สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในครั้งนี้นั้นก็คือโลกของเราได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วสังคมของเราเต็มไปด้วยทัศนคติที่ผิดๆตรรกะที่บิดเบี้ยว เราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าคนที่เราพบเจออยู่ในสังคมทุกวันนี้นั้นเป็นอย่างไร บางทีการที่เขาอยู่ในที่สว่างๆ อย่างเช่นฆาตกรคนนี้เขาทำงานขายผลไม้ เราก็อาจจะมองว่าเขาเป็นคนที่รู้จักทำมาหากิน แต่เมื่อสบโอกาสและคิดว่าจะไม่มีใครเห็นก็สร้างสิ่งที่เลวร้ายที่สุดขึ้นนั้นก็คือการฆ่าคนตายเพียงเพื่อหวังโทรศัพย์มือถือเพียงเครื่องเดียว ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถรู้ได้ว่าในจิตใจของคนอื่นๆนั้นคิดอะไรอยู่ดังนั้นเราก็ต้องรับผิดชอบตัวของเราเอง อย่าไปอยู่ในที่ๆอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้ายที่มืดๆหรือที่เปลี่ยวๆ และก็อย่าแสดงทรัพย์สินที่มีค่าให้กับคนอื่นได้เห็นมากนัก เพราะว่ามันอาจจะเป็นภัยร้ายแก่ตัวเองในภายหลัง

Comments

comments