วัคซีน ขาดตลาด

วัคซีน

ใครที่เป็นพ่อแม่คนแล้ว คงจะพอทราบกันดีว่า ภารกิจสำคัญที่จะต้องรับผิดชอบ และสำคัญอย่างหนึ่งนั้นก็คือ การพาลูกไปฉีด วัคซีน ผมเป็นคนหนึ่งที่เลือกให้ลูกไปฉีดวัคซีน ที่คลินิก แทนที่จะไปฉีดที่อนามัยหรือว่าโรงพยาบาล

เหตุผลก็คือคุณหมอเจ้าของคลินิกนี้คือหมอที่ดูแล ทิกเกอร์ลูกผมมาตั้งแต่เกิด จึงรู้อาการต่างๆเป็นอย่างดี ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะต้องไปฉีด วัคซีน ประมาณทุกๆสองเดือน

สิ่งที่เราเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน นั้นก็คือเมื่อเด็กฉีดแล้วก็มีโอกาสที่จะต้องเป็นไข้สูง เพราะว่าวัคซีนนั้นมันก็คือ เชื่อโรคที่อ่อนกำลังลงนั้นเอง แต่หากยอมเสียเงินมากขึ้นมาหน่อย ใช้วัคซีนของต่างประเทศ เด็กจะไม่มีอาการไข้หลังจากที่ฉีด วัคซีน

ผมเลือกที่จะให้ลูกฉีดแบบของต่างประเทศเพราะว่าไม่อยากให้ลูกเป็นไข้ซึ่งจะลดในเรื่องของพัฒนาการ และอีกอย่างนั้นก็คือเมื่อเป็นไข้แล้ว พ่อเม่ ปูย่า ตายาย แทบไม่ได้นอน

เพราะลูกผมนอนเปล ตอนกลางคืนก็จะเอานอนเปลก่อนค่อยยกลงมานอนที่นอน แต่ถ้าวันไหนเป็นไข้ขึ้นมาก็ต้องกวยกันทั้งวัน ซึ่งเหตุผลที่ให้นอนเปลตั้งแต่เด็กนั้นเพราะผมได้ยินมาว่าการให้เด็กนอนเปลจะทำให้สมองพัฒนาได้ดีกว่าไม่นอน

แต่เมื่ออาทิตย์ผมพาลูกชายไปฉีด วัคซีน กระตุ้นไข้หวัดใหญ่ คุณหมอบอกว่าขอเลื่อนกำหนดการฉีดออกไปหนึ่งเดือนเพราะว่าตอนนี้วัคซีนขาดตลาดอย่างหนัก ผมก็เลยถามอย่างคนไม่รู้ไปว่าเกิดจากอะไรแล้วองค์การเภสัชกรรม ผลิตไม่ได้หรือครับ

ก็ได้คำตอบว่า องค์การเภสัชผลิตได้แต่แบบที่ฉีดแล้วเด็กมีอาการไข้ หากว่าต้องการแบบที่ฉีดแล้วไม่เป็นไข้ก็ต้อง นำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งประเทศที่สามารถผลิตได้ ในโลกนี้มีแค่สองประเทศ นั้นก็คือสหรัฐอเมริกา กับฝรั่งเศส

การผลิตนั้นเท่าเดิม แต่สิ่งที่ทำให้วัคซีนขาดตลาด นั้นเป็นเพราะประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านของเราได้ทำการเปลี่ยนนโยบายในการฉีดวัคซีนให้กับเด็กๆในประเทศใหม่ โดยให้ฉีดแบบที่ไม่มีอาการไข้ทีหลังทั้งหมด ซึ่งบริษัทยาเขาก็เลือกที่จะขายให้กับมาเลเซียก่อนไทย

ผมมานั่งคิดว่าทำไหมเราไม่พัฒนาเทคโนโลยี ให้เทียบเท่ากับต่างประเทศบ้างจะได้ไม่ต้องง้อ เขาเพราะจากเหตุการณ์นี้ก็ชี้ให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับประเทศอื่น ก่อนทั้งที่เราก็มีเงินซื้อเหมือนกัน และก็เป็นลูกค้าเก่า หากจะบอกว่างั้นก็ใช้ของในประเทศสิ ผมกลับมองว่าเราเมื่อเรารู้ว่าอะไรที่ดีกว่าเราก็อยากที่จะเลือกสิ่งนั้นให้กับคนที่เรารักเสมอ ถึงจะบ่นบ้างสุดท้ายก็คงต้องรออยู่ดี

Comments

comments