ว่าด้วยเรื่องฟุตบอลไทย

จบลงไปแล้วรายการบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับรายการ ช้างเอฟเอคัพ 2558 ซึ่งแข่งกันไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2558 โดยเป็นการโคจรมาพบกันของคู่ปรับแห่งยุค ของฟุตบอลไทย นั้นก็คือสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เจ้าของ4แชมป์ในปีนี้ และแชมป์ลีกสูงสุดโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก พบกับ เมืองทองหนองจอกยูไนเต็ด รองแชมป์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก

ก่อนเกมส์การแข่งขัน เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อประธานสโมสรบุรีรัมษ์ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าไมได้แชมป์ รายการนี้ ขอลาไปตายดีกว่า

พร้อมกับวลีเด็ดที่พูดมาตลอดนั้นก็คือ แพ้ใครแพ้ได้แต่ไม่แพ้เมืองทอง ทำให้ความร้อนแรงของการแข่งขันรายการนี้เพิ่มทวีความสนใจจากแฟนบอล ทั้งขอจรและขาประจำ

ผลการแข่งขันจบลง เป็นฝ่ายบุรีรัมย์ยูไนเต็ดที่สามารถเอาชนะได้สำเร็จด้วยสกอร์ 3-1 บุรีรัมย์ได้ประตูจากจุดโทษของ ตูเนษ ลูกโหม่งของ โกล ซุลกิ และการปั้นโค้งโค้งงงงงงงงงงงงง สุดสวยของ จักรพันษ์ แก้วพรม ส่วนเมืองทองนั้นสามารถตีไข่แตกได้จาก มาริโอ ยูรอฟกี้ และเป็นมาริโอ ที่โดนไล่ออกในช่วงท้ายเกมส์

ฟอร์มการเล่นในวันนี้เป็นบุรีรัมย์ที่กดใส่อยู่เกือบตลอดทั้งเกมส์ การขาดหายไปของ ดัสกร ทำให้เกมส์ของเมืองทองไม่ประติประต่อเท่าที่ควร เมื่อดูภาพรวมทั้งหมดแล้ว ต้องยอมรับว่าบุรีรัมย์พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้ว

กลับมาติดตามข่าวของสโมสรอื่นๆกันบ้าง ที่ฮือฮาไม่น้อยในช่วงนี้เริ่มจากการที่ AFC มีจดหมายแจ้งมาให้สิทธิ์ ชลบุรี เอฟซี ไปแข่ง AFC Champion leage รอบคัดเลือกแทน สุพรรณ บุรีเอฟซี ที่ไม่มีคลับไลเซ่นซิ่ง หรือว่ายังไม่ผ่านการประเมินของ AFC นั้นเอง ทำให้ชลบุรีได้ส้มหล่นไป หลังจากที่จเด็จ มีลาภ ลาออก และมีการแต่ตั้งเทิดศักดิ์ ใจมั่นขึ้นมาทำหน้าที่แทน

อีกเรื่อง สุพรรณ ทุ่ม 15 ล้าน ดึง สินทวีชัย เฝ้าเสา ชลบรีเสียนักเตะดีๆหลายคนออกไป เริ่มจากคุญญา ที่ย้ายไปท่าเรือ มิเนโร่ ไปเล่น J ลีก อดุลย์ ย้ายไปบุรีรัมย์

Comments

comments