ประโยชน์ของการคิดบวก

ในทุกๆวันนั้นเรามีเรื่องราวให้คิดกันอยู่อย่างมากมาย หากมีเครื่องตรวจจับความคิดแล้วละก็คงจะบอกว่าเรานั้นคิดหลายเรื่องแค่ไหน โดยเราก็จะคิดวนไปเวียนมาอยู่อย่างนั้น ซึ่งการที่เราคิดหลายๆเรื่องในเวลาเดียวกันนั้นก็เหมือนกับรถที่มีเครื่องยนต์ 100 แรงม้า แต่ว่าหามีเรื่องให้เราคิดในขณะนั้นพร้อมๆกัน 10 เรื่องแต่ละเรื่องก็จะได้พลังในการคิดเรื่องละ 10 แรงม้าเท่านั้น ทำให้งานที่ได้หรือว่าการตัดสินใจที่ออกมานั้นมันไม่เต็มตามศักยภาพที่ควรจะเป็น คิดในมุมกลับกันหากว่าเราเป็นคนที่ฝึกฝนจิตใจอยู่เรื่อยๆ ก็จะทำให้เรานั้นสามารถที่จะบังคับสมองให้หยุดคิดในบางเรื่องได้ และให้คิดแค่เพียงเรื่องๆเดียวในช่วงระยะเวลาหนึ่งนั้นเอง ดังนั้นเรื่องที่เรากำลังคิดอยู่นั้นก็จะได้พลังสมองของเรานั้นไปเต็มๆเลย 100 แรงม้า ส่งผลให้ผลงานที่เกิดจากการคิดของเรานั้นออกมาดี หรือว่าผลจากการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่เราคิดนั้นออกมาได้ผลดีนั้นเอง  giving forward

นี้คือเรื่องของประสิทธิ์ภาพในการคิด หากเราฝึกฝนบ่อยๆก็จะเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการทำงานของเราได้ทุกเรื่อง เพราะเราจะต้องเข้าใจก่อนว่าในตอนที่เราคิด 10 เรื่องพร้อมกันนั้นส่วนมากจะไม่ได้คิดเพื่อการตัดสินใจหรือว่าการคิดเพื่อหาวิธีในการลงมือทำ แต่ว่าเราคิดถึงมันด้วยความกังวลใจเท่านั้นเอง ยิ่งคิดก็ยิงทุกข์หนักลงไปอีก เมื่อเรารู้วิธีการเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการคิดของเราแล้วละก็ที่นี้มาดูกันว่าเรื่องที่เราคิดนั้นเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ที่จะสามารถส่งผลให้เรานั้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้หรือไม่  การคิดหากว่าเราแบ่งเป็นด้านแบบง่ายก็จะสามารถแบ่งได้เป็นสองด้านใหญ่ๆด้วยกันนั้นก็คือการคิดในด้านบวกและการคิดในด้านลบ การคิดในด้านบวกนั้นก็ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเห็นคนที่เขาประสบกับความสำเร็จในชีวิตแล้วละก็ บางคนอาจจะนำมาเปรียบเทียบกับชีวิตของตัวเองว่าทำไมเราไม่โชคดีเหมือนกับคนอื่นๆบ้าง หากว่าเราแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการคิดในด้านลบ และก่อให้เกิดความทุกข์กับตัวของเรา เสียทั้งสุขภาพจิตแล้วก็สุขภาพกาย แต่ในเรื่องเดียวกันนั้นหากเราคิดในด้านบวก เราก็จะคิดต่อไปว่าการที่เขานั้นรวยจนประสบกับความสำเร็จในชีวิตได้นั้นเขามีวิถีทางอย่างไรหรือว่าเขานั้นลงมือทำอะไรบ้างจึงทำให้เขานั้นประสบกับความสำเร็จในชีวิตได้ เมื่อเราคิดแบบนี้แล้วเราก็จะรู้วิธีการที่เราจะต้องลงมือทำหรือว่าหากเรายังขาดความรู้ในเรื่องๆนั้นๆแล้วละก็เราก็จะพยายามหาความรู้เพิ่มเติมให้ได้มากที่สุดนั้นเอง  giving forward

 

#S7Content

Read More

ทุกวันภัยร้ายอยู่รอบตัวเรา

ช่วงนี้ตามสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น Online หรือว่า office ต่างก็กำลังให้ความสำคัญกับข่าวอาชญากรรม ข่าวหนึ่งนั้นก็คือข่าวที่ค้นร้ายได้ลงมือปล้นโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาคนหนึ่ง และในโลกโซเชียวมีเดียเองก็กำลังพูดถึงข่าวๆนี้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งความคิดเห็นส่วนใหญ่ไปในเชิงที่ว่า ฆาตกรเป็นคนอำมหิตมาก

หลังจากที่เกิดเหตุได้ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถที่จะจับกุมผู้กระทำผิดได้เพราะว่าในบริเวรที่เกิดเหตุนั้นมีกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด โดยคนที่ก่อเหตุนั้นเป็นพ่อค้าขายผลไม้โดยที่เจ้าตัวอ้างว่าช่วงนี้ขายไม่ดีจึงออกชิงทรัพย์โดยคืนที่เกิดเหตุนนั้นได้ชิงทรัพย์ไปทั้งหมดสี่รายด้วยกันโดยคนที่เสียชีวิตคือรายที่สองที่เขาชิงทรัพย์ ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ยังไปกระชากกระเป๋าของผู้หญิงอีกสองคนโดยไม่ได้สะทกสะท้านกับการที่พึ่งฆ่าคนตายไปเลย ซึ่งจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ก็พบว่าคนร้ายนั้นมีประวัติอาชญากรรมที่โชกโชนมากเข้าออกเรือนจำเป็นว่าเล่นตั้งแต่เด็ก และภาพวิดีโอขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมก็ไม่ได้แสดงถึงความสะทกสะท้านต่อความผิดเลย

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนร้ายมาทำการแถลงข่าว ซึ่งสิ่งที่ออกมาจากปากคนร้ายนั้นก็ทำให้เกิดความเกียดชังในสังคมเพิ่มมากขึ้นอีก โดยคนร้ายได้กล่าวว่า หากเหยื่อไม่สู้ก็คงไม่ตายหรอก เหมือนกับเป็นการโยนความผิดไปให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิต และเป็นตรรกะที่ผิดเพี้ยนมากๆ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนร้ายเพื่อที่จะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแต่ระหว่างนั้นก็มีประชาชนมารอดูเป็นจำนวนมากและหลายคนก็พยายามที่เข้าไปทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา จนต้องยกเลิกการทำแผนประกอบคำรับสารภาพไป และในภายหลังก็ได้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณอื่นๆ

สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในครั้งนี้นั้นก็คือโลกของเราได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วสังคมของเราเต็มไปด้วยทัศนคติที่ผิดๆตรรกะที่บิดเบี้ยว เราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าคนที่เราพบเจออยู่ในสังคมทุกวันนี้นั้นเป็นอย่างไร บางทีการที่เขาอยู่ในที่สว่างๆ อย่างเช่นฆาตกรคนนี้เขาทำงานขายผลไม้ เราก็อาจจะมองว่าเขาเป็นคนที่รู้จักทำมาหากิน แต่เมื่อสบโอกาสและคิดว่าจะไม่มีใครเห็นก็สร้างสิ่งที่เลวร้ายที่สุดขึ้นนั้นก็คือการฆ่าคนตายเพียงเพื่อหวังโทรศัพย์มือถือเพียงเครื่องเดียว ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถรู้ได้ว่าในจิตใจของคนอื่นๆนั้นคิดอะไรอยู่ดังนั้นเราก็ต้องรับผิดชอบตัวของเราเอง อย่าไปอยู่ในที่ๆอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้ายที่มืดๆหรือที่เปลี่ยวๆ และก็อย่าแสดงทรัพย์สินที่มีค่าให้กับคนอื่นได้เห็นมากนัก เพราะว่ามันอาจจะเป็นภัยร้ายแก่ตัวเองในภายหลัง

Read More

สงสารชาวนา

เดือน 11 เดือน 12 ของทุกๆปีเป็นฤดูกาลเกี่ยวข้าวของชาวนาไทย และช่วงนี้ของทุกปีเราก็จะได้รับรู้ถึงปัญหาของชาวนาผ่านสื่อต่างไม่ว่าจะเป็น Online อย่างเว็ปไซต์ข่าว ต่างๆหรือว่า Offline อย่างเช่น หนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ โดยลักษณะของข้าวก็มีทั้งการออกมาเดินขบวนประท้วง หรือมาชุมนุมที่ธรรมเนียบรัฐบาล เพื่อหวังให้รัฐบาลนั้นได้ช่วยเหลือบ้าง

แต่กับปีนี้ดูเหมือนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะหนักกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา ข่าวของราคาข้างที่ตกต่ำนั้นถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง ข้าวเปลือกกิโลกรัมละ 5 บาท แต่พอสีเป็นข้าวสารแล้วกิโลกรัมละ 30-35 บาทกันเลยทีเดียว ก็เลยเกิดคำถามขึ้นกับคนในสังคมว่าแล้วส่วนต่างมันหายไปไหน และก็ตามมาด้วยการโจมตีคนกลาง คือโรงสีข้าวอย่างหนักว่าเอาเปรียบชาวนา มากเกินไป มีการนำเสนอแนวคิดแปลกๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างเช่น การเสนอให้ชาวนาสีข้าวและนำไปขายเอง หากไม่มีที่ขายก็ให้ไปตั้งโต๊ะขายตามริมทางของถนนหลวงและกระตุ้นให้คนไทยที่สัญจรไปมานั้นช่วยกันซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง มีการเสนอตัวเพื่อที่จะช่วยในเรื่องของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับชาวนาฟรี พื้นที่ค้าขายบางแห่งก็ประกาศให้ชาวหน้าที่ต้องการสีข้าวมาขายเองนั้นมาใช้พื้นที่ในการค้าขายได้แบบฟรีๆ รวมถึงมีแรงสนับสนุน อย่างเช่น อบต. บางแห่งลงทุนซื้อเครื่องสีข้าว ให้กับชาวนากันเลยทีเดียว ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าแรงขับจากโลกโซเชียวครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาข้าวได้มากน้อยแค่ไหน

อันนั้นคือเรื่องของราคาข้าวที่ตกต่ำ แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ทั่วประเทศไทยได้เกิดฝนตกหนัก สำหรับชาวนาคนที่ยังไม่ได้เกี่ยวข้าวน้ำก็ท่วมน้องนาไม่สามารถที่จะเกี่ยวได้ส่วนคนที่เกี่ยวข้าวขึ้นมาแล้วนั้น ก็ปรากฏว่าหลังจากที่นำข้าวไปตากไว้ ฝนตกลงมา และเก็บข้าวที่ตากแดดไว้นั้นไม่ทันทำให้ข้าวที่ตากไว้เปลียกน้ำ และได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากเพราะว่าข้าวที่มีความชื่นสูงๆเวลาที่นำไปขายให้กับโรงสีนั้น จากที่ได้ราคาน้อยมากอยู่แล้วกับได้น้อยลงไปกว่าเดิมอีก เพราะว่าโรงสีที่เขารับซื้อไปนั้น เขาก็ต้องนำข้าวดังกล่าวไปตากแดดเพื่อให้ความชื่นมันลดลงอีกรอบ

ประเทศของเรายังเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ดังนั้นหากว่าชาวนาได้รับผลกระทบจากทั้งเรื่องของราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ หรือว่าจากภัยธรรมชาติอย่างเช่นฝนตกหนักแล้วละก็ ก็จำทำให้ประชากรส่วนใหญ่ของเราขาดรายได้ ก็จะทำให้การใช้จ่ายนั้นลดลง อย่างเช่นเคยซื้อของ 100 บาท ก็อาจจะเป็นซื้อแค่ 20-30 บาทอย่างนี้เป็นต้น ก็อาจจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว

Read More

coinsต่างๆ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมคิดว่าเป็นรอยต่อของโลกเก่าและโลกใหม่ โลกเก่าในนิยามของผมคือโลกที่การดำเนินกิจกรรมต่างๆจะเป็นไปแบบ offline คือจะคุยกันก็ต้องเดินทางไปหากัน จะกินข้าวก็ต้องเดินทางออกไปข้างนอก จะนั้งรถแท็กซี่ก็ต้องยื่นโบกจนแขนจะหยุด นั้นคือโลกที่ผมคิดว่ามันคือโลกเก่า

โลกใหม่คือโลกที่จะมีการใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเราถึงแม้จะมีส่วนที่เป็น offline อยู่บ้างก็จะเป็นส่วนน้อย

ต่อไปคุยกันจะคุยผ่านแอฟพิเคชั่นต่างๆ หลังจากนั้นจากเป็นธุรที่สำคัญจริงๆจึงจะมีการเดินทางไปพูดคุยกันอีกรอบหนึ่ง หากหิวข้าวก็สามารถสั่งผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมากินที่บ้านได้เลย นานๆทีถึงอาจจะออกไปกินข้างนอกบ้านบ้าง จะขึ้นแท็กซี่ ก็ใช้แอฟพิเคชั่นในการเรียก ซึ่งได้รถแท็กซี่ที่จะขึ้นอย่างแน่นอน นี้คือโลกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และทำให้ชีวิตของเรานั้นง่ายขึ้นด้วย

แต่สิ่งที่ใหม่มากๆในตอนนี้นั้นก็คือเรื่องของสกุลเงิน ออน์ไลน์ เริ่มแรกเดิมทีมีคนนำเสนอแนวคิด เรื่องของสกุลเงินที่สามารถใช้ได้ทั่วโลกและไม่ได้มีประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเจ้าของ  จนได้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์จริงๆที่ชื่อว่า bitcoins ซึ่งเป็นสกุลเงินออน์ไลน์สกุลแรกของโลก และในเวลาต่อมาก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องร้านค้าหลายๆร้านรับชำระค่าบริการผ่าน bitcoins ได้ จุดเด่นและอาจจะถือได้ว่าอาจจะเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกเลยก็ได้นั้นคือ โครงสร้างการทำงานของ bitcoint ซึ่งเป็นการทำงานแบบกระจ่ายส่วน และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ร่วมทั้งมีการจำกัดปริมาณของ coins ทั้งหมดในโลกให้อยู่ที่ประมาณ 21 ล้าน bitcoint ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและคาดว่าต่อไปในอนาคตจะได้รับความนิยมมากกว่านี้

หลังจากนั้นไม่นานก็มีสกุลเงินออน์ไลน์เกิดขึ้นมาอีกจำนวนมาก ถึง  640 สกุลเงินออน์ไลน์(ข้อมูลจาก https://coinmarketcap.com) และก็มีหลายตัวทีนำมาทำการตลาดแบบออน์ไลน์ก็ต้องรอดูครับว่าตัวไหนจะอยู่ตัวไหนจะไปบ้าง

ซึ่งตอนนี้เรื่องที่ยังเป็นปัญหาอยู่นั้นก็คือเรื่องของความผันผวนของค่าเงินออนไลน์ซึ่งในอนาคตหากสกุลเงินไหนมีได้รับความนิยมในการใช้งานมากก็จะมีความผันผวนลดน้อยลง แต่ผมคิดว่านับจากนี้ไปจะมีสกุลเงินออนไลน์อื่นๆเกิดขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมากและก็จะมีสกุลเงินที่หมดความนิยมและล้มหายตายจากไปจากระบบก็จะมีมากเช่นเดียวกัน

ที่ผมนำมาเสนอในวันนี้เพราะผมเห็นว่ามีบางสกุลเงินออนไลน์ได้ทำการตลาดแบบขายตรง ซึ่งโอกาสที่คนเข้าร่วมธุรกิจจะประสบกับความสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับความนิยมในสกุลเงินนั้นๆ แต่หากไม่มีคนนิยมสกุลเงินนั้น เงินออนไลน์ที่เรานั้นถืออยู่ในมือมันก็มีค่าเพียงแค่ก้อนหินเท่านั้นเพราะเราจะไม่สามารถเอาไปซื้อของหรือไม่สามารถนำไปแลกเป็นเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้อีกต่อไป

Read More

พาราลิมปิก 2016

พาราลิมปิก 2016
พาราลิมปิก 2016

หลังจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ซึ่งเป็นเกมส์กีฬาของมวลมนุษยชาติ จบการแข่งขันลงไปเมื่อไม่นานมานี้การแข่งขันที่ตามมาติดๆนั้นก็คือการแข่งขัน พาราลิมปิก 2016 โดยส่วนตัวแล้วตัวผมเองค่อนข้างนับถือในความสามารถของเหล่านักกีฬาคนพิการของประเทศเราเพราะว่าด้วยความไม่พร้อมในด้านต่างๆโดยเฉพาะในด้านของร่างกายแต่พวกเขาก็ยังฝึกซ้อมจนสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้สำเร็จ นอกจากชัยชนะที่เป็นรูปธรรมแล้ว พวกเขายังต้องชนะใจตัวเองด้วยจึงจะสามารถเอาชนะข้อบกพร่องของร่างกายตัวเองได้ และนอกเหนือจากนั้นยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนร่างกายสมบูรณ์อื่นๆให้ลุกขึ้นมาสู้กับโชคชะตาของชีวิตเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย
หลังจากมีข่าวของการแข่งขัน พาราลิมปิก 2016 ออกมาก็มีชาวอินเตอร์เน็ตหลายต่อหลายคนได้ออกมาแสดงทัศนะความคิดเห็นว่าทำไหมตอนที่แข่งกีฬาโอลิมปิกเกมส์มีบริษัทต่างๆสนับสนุนเงินรางวัลให้กับผู้ที่ชนะการแข่งขันเป็นจำนวนมากแต่พอถึงการแข่งขันในครั้งนี้นั้นกับมีแค่กลุ่มบริษัท CP เท่านั้นที่เข้ามาให้การสนับสนุน
เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พูดยากเพราะว่าการที่จะให้เงินสนับสนุนกิจการใดๆของบริษัทเอกชนนั้นก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละบริษัท เพราะว่าการทำธุรกิจนั้นก็ต้องการผลกำไลในเมื่อมีคนให้ความสนใจกีฬาโอลิมปิกมากกว่า การแข่งขัน พาราลิมปิก 2016 ก็ทำให้มีการสนับสนุน โอลิมปิกมากกว่า
ถึงอย่างไรก็ดีก็อยากที่จะฝากส่งกำลังใจไปให้เหล่านักกีฬาที่เป็นตัวแทนทีมชาติไทยที่กำลังทำการแข่งขันอยู่ให้ได้รับเหรียญทองมากๆเพื่อทำให้โลกได้รู้ว่านักกีฬาคนพิการของไทยก็มีความสามารถไม่น้อยไปกว่านักกีฬาคนพิการของประเทศอื่นๆเหมือนกัน
ซึ่งหากเราคิดดีๆเราก็จะได้ข้อคิดมากมายจากเหล่านักกีฬาคนพิการเหล่านี้ว่าถึงแม้ตัวเราเองเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่พร้อมแต่หากว่าเราไม่ยอมแพ้ซะอย่าง ความฝันที่เราต้องการมันก็ย่อมที่จะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ซึ่งนักกีฬาคนพิการบางคนใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทย และสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้สำเร็จ
ก็หวังว่าหลังจากที่ทัพนักกีฬาคนพิการของไทยได้เดินทางกลับมายังภูมิลำเนาแล้วจะมีบริษัทอื่นๆให้การสนับสนุนอีก ซึ่งในความคิดเห็นของผมนั้นก็น่าจะมีอีกเพราะว่ากระแสสังคมออน์ไลน์นั้นมีการเรียกร้องมากเหลือเกิน หากมีบริษัทใดเข้ามาให้การสนับสนุนแล้วละก็นอกจากจะได้ทำบุญแล้วก็อาจจะได้รับความชื่นชมจากเหล่าบรรดา คนออนไลน์ทั้งหลายอีกด้วย

Read More

เหรียญบาท 2505

เป็นที่ฮือฮาไม่น้อยในโลกออนไลน์เมื่อเจ้าของเพจร้านรับซื้อเหรียญหายากได้โพสภาพของตัวเองที่ได้เดินทางไปรับซื้อ เหรียญบาท 2505 ด้วยตัวเอง จากเจ้าของซึ่งเป็นป้าคนหนึ่ง ที่สมัยก่อนทำอาชีพขายของชำ โดยการแนะนำของลูกสาวซึ่งเล่น เฟสบุ๊ค และเจอข้อมูลของการรับซื้อเหรียญดังกล่าวโดยบังเอิญ จนเป็นที่มาให้เกิดการซื้อขายขึ้น
โดยราคาที่ซื้อขาย เหรียญบาท 2505 กันในครั้งนี้นั้นตกลงซื้อขายกันที่ราคา 100,000 บาท ซึ่งในเฟสบุคของร้านที่รับซื้อนั้นก็มีการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้รายอื่นๆมากมาย หลากหลายแนวทางทั้งที่ถามว่า แล้วจะเอาไปขายต่อได้กี่บาท เป็นต้น ซึ่งก็มีผู้รู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงที่ว่า หากร้านเขาซื้อมาแล้วไม่สามารถเอาไปทำกำไรได้ร้านเขาคงจะไม่รับซื้ออย่างแน่นอน
และอีกกระแสของความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในเพจของทางร้านนั้นก็คือ การบอกว่าตัวเองหรือว่าครอบครัวก็มีเหรียญดังกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งก็มีความคิดเห็นจากผู้รู้อีกเช่นกันว่า เหรียญบาท 2505 นั้นไม่ใช้ว่าจะขายได้ราคาเป็นแสนบาททุกเหรียญไปเพราะว่า เหรียญที่จะขายได้เป็นแสนนั้นจะต้องมีลักษณะพิเศษ นั้นก็คือปลายมงกุฎตรงกับ ย.ยักษ์ ซึ่งในประเทศไทยแล้วเหรียญในลักษณะนี้มีไม่มากหนักเพราะเป็นเหมือนรุ่นที่ทำออกมาเพื่อทดสอบก่อน
หลังจากมีการเผยแพร่ในเพจของร้านแล้ว เว็บข่าวต่างๆก็พากันนำไปเขียนข่าว ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างมากมาย
ซึ่งทางเจ้าของร้านก็ให้ความคิดเห็นไว้สำหรับคนที่ต้องการจะหาเหรียญหรือว่านำเหรียญที่มีอยู่แล้วมาขายให้กับทางร้านว่าควรที่จะศึกษารายละเอียดต่างๆให้ดีเสียก่อนเพราะไม่ใช่ว่าทุกเหรียญจะสามารถขายได้ ส่วนมากเหรียญที่มีราคาแพงๆก็จะมีจำนวนไม่มากนักในท้องตลาด ซึ่งการขาย เหรียญบาท 2505 ในครั้งนี้ก็นานๆครั้งจะเกิดขึ้น เพราะว่าเหรียญที่นำมาขายส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ตรงกับลักษณะที่ทางร้านนั้นต้องการ
สำหรับวงการการซื้อขายเหรียญนั้นก็มีลักษณะคล้ายๆกับวงการพระเครื่องของบ้านเรา ที่จะมีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกๆเหรียญจะมีราคาไปซะหมด ลักษณะของเหรียญที่มีราคา ก็มักจะมีจำนวนจำกัด และเป็นของหายาก
สำหรับใครที่กำลังคิดจะไปหาเหรียญมาขายบ้าง ก็ควรที่จะศึกษารายละเอียดของเหรียญแต่ละแบบให้ดีแล้วเข้าใจแจ่มแจ้งก่อน จึงนำมาขาย จะได้ไม่เสียเวลาเปล่าๆทั้งคนที่นำมาขายและเจ้าของร้านที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบหรือพูดแบบขำๆนั้นก็คือจะได้ไม่ต้องเงิบนั้นเอง

Read More