ฟุตบอลเล่นกันเป็นทีม

วันนี้(25 มิ.ย. 59)เป็นนัดแรกของฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก เลกที่สอง ซึ่งก็มีหลายทีมลงทำการแข่งขัน พร้อมกับขนนักฟุตบอลรายใหม่ที่พึ่งซื้อหรือว่ายืมตัวเข้ามา ลงอย่างครบครัน

ทีมอย่างเชียงรายอยูไนเต็ด เจ้าบุญทุ่มรายใหม่ของวงการฟุตบอลไทย ขนนักเตะอย่าง ประทุมชูทอง ,ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ฐิติพันธ์  พ่วงจันทร์ และคนอื่นๆลงทำการแข่งขันกับทีม สุพรรณบุรี  เอฟซี ซึ่งก็มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในทีมหลายคนเช่นกัน

ผลปรากฏว่า สุพรรณ บุรีเอาชนะไปได้ 1-0 ผมได้นั่งดูเกมส์การแข่งขันนัดนี้ทางหน้าจอทีวี สังเกตเห็นว่า หลายจังหวะ นักฟุตบอลของเชียงราย พลาดกันง่าย ๆ

ผมจึงได้แนวคิดที่ว่าบางทีการจับเอานักฟุตบอลที่เก่งๆ มาเล่นร่วมกันเลยโดยที่ยังซ้อมไม่มากพอนั้น ก็อาจจะสู้ทีมที่มีนักฟุตบอลชื่อเสียงไม่โด่งดังมากนักแต่เล่นด้วยกันมานานได้ เพราะว่าความเข้าใจซึ่งกันและกันมีมากกว่า

มาถึงอีกคู่หนึ่งเป็นการพบกันระหว่างแชมป์เลกแรก อย่าง เอสซีจี  เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ สโมสร นครราชสีมา  มาสด้า เอฟซี ทีมบ้านเกิดของผู้เขียนเอง

เอสซีจี  เมืองทองมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพียงแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้นนั้นก็คือการเอา ธีรธน บุญมาทันลงไปเล่นแทน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซึ่งมีอาการบาดเจอเรื้อรังมา

ผลปรากฏว่าเอสซีจี เมืองทอง ครองเกมบุกอยู่ข้างเดียว 4-1 โดยเฉพาะนักฟุตบอลที่ย้ายมาใหม่อย่างธีรธนเองก็สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมใหม่ได้อย่างรวดเร็ว นี้อาจจะเป็นยุคที่กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของเมืองทองก็เป็นไปได้

แต่อย่างไหร่ ก็ตามต้องรอดูวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเป็นโปรแกรมการแข่งขัน ของสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งในเลกที่สองนี้ได้กองหน้าตัวเก่งกลับมายืน รอสังหารประตูในแดนหน้าให้ และการผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ที่มีนักเตะเข้ามาใหม่ถึงสิบคน

หากวันพรุ่งนี้ บุรีรัมย์ยูไนเต็ดมีการเปลี่ยนผู้เล่นแบบยกชุดจริง จะเป็นเหมือนอย่างที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตุไว้หรือไม่

โดยภาพรวม ณ ขณะนี้ หากฟอร์มของเมืองทอง ยังคงดีต่อเนื่องอย่างนี้แล้วละก็ๆคงอยากที่ทีมอื่นๆจะสามารถมากำจัดพวกเขาออกจากเส้นทางของการคว้าแชมป์ได้ ซึ่งหากมองในแง่ของแฟนบอลที่เป็นกลางก็อาจจะเป็นเรื่องดี ของวงการฟุตบอลเมืองไทย เพราะถ้าปีนี้ แชมป์ไม่ไช้บุรีรัมย์แล้วละก็ ปีหน้าเราคงได้เห็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจจาก ฝั่งของบุรีรัมย์บ้างไม่มากก็น้อย แล้วเมื่อบุรีรัมย์ขยับทีมอื่นๆก็คงไม่สามารถที่จะสามารถอยู่เฉยๆได้ซึ่งนั้นก็คือผลดีที่จะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลเมืองไทย

 

Read More

เป้าหมายของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ปีนี้อาจจะไม่เป็นจริง

เริ่มนัดแรกของเลกที่สองแล้ววันนี้(26 มิ.ย. 59 )สำหรับฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก โดยคู่ซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ เป็นการพบกันของสองทีมเงินถุงเงินถังของเมืองไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่กำลังโชว์ผลงานได้ดีในปีนี้

บุรีรัมย์ขนผู้เล่นหน้าใหม่ลงเพียบ ไม่ว่าจะเป็น บรูโน่ เฟไรร่า กองหน้าชาวโปรตุเกส อเล็กซานเดอร์ ซิกฮาร์ท ลูกครึ่งไทย เยอรมัน อดีตเด็กฝึกของบาเยิร์น มิวนิก กรกช วิริยอุดมศิริ แบ็คซ้ายที่ย้ายมาจากชลบุรี เอฟซี ซึ่งเป็นคนบุรีรัมย์โดยกำเนิด รวมถึงการได้ ดิโอโก้  หลุยซานโต้กลับ มาร่วมทีมหลังจากหลุดพ้นจากอาการบาดเจ็บ ที่ยาวนานกว่าครึ่งฤดูกาลแรก

ส่วนทางด้าน แบงค็อก ยูไนเต็ดนั้น ส่งตัวใหม่ลงแค่คนเดียวนั้นก็คือ กิลแบร์โต มาเชนา กองหน้าชาวบราซิล อดีตเด็กเก่าของบุรีรัมย์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

รูปเกมส์ที่ออกมาจะเห็นได้ชัดว่าถึงบุรีรัมย์จะได้นักเตะดังๆมาหลายคนแต่ความเข้าใจซึ่งกันและกันยังน้อยอยู่ จ่ายบอลผิดพลาดหลายจังหวะ ก็คงต้องใช้เวลาในการปรับจูนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว กองหน้าอย่าง บรูโน่ เฟไรร่า มีส่วนร่วมกับเกมส์น้อยมากๆ และ อเล็กซานเดอร์ ซิกฮาร์ท ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเขาแกรงพอที่จะเล่นไทยลีกหรือเปล่า

การขาดหายไปของตัวหลักเมื่อฤดูกาลที่แล้ว อย่างธีรธร บุญมาทัน ทำให้เกมส์ไม่ไหลลื่นอย่างที่ควร จะเป็น หรือการขาดผึ้งงานอย่าง สุเชาว์ นุชนุ่ม  ก็ส่งผลให้เห็นได้ชัดว่าไม่มีตัวครองบอล และคอยตัดเกมส์ที่ไว้ใจได้

กลับเป็นทางด้านแบงค็อก ยูไนเต็ดเสียอีกที่มีโอกาสจะแจ้งกว่า และเกือบที่จะเป็นผู้ชนะในเกมส์นี้ด้วยซ้ำ ซึ่งกองหน้าตัวใหม่ของพวกอย่าง มาเชนา ก็มีส่วนร่วมกลับเกมส์ไม่น้อยเลยที่เดียว

ก็ต้องดูกันต่อไปว่าเป้าหมายที่ทางบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ได้ปรับลดลงมาว่าขอแชมป์เลกสองนั้น จะสามารถเป็นจริงได้หรือไม่ เพราะทีมอย่างเมืองทอง ซึ่งยึดครองจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้ก็ฟอร์มดีอย่างต่อเนื่องเหลือเกิน เมื่อวานก็พึ่งอัด นครราชสีมามาสด้าเอฟซีไป 4-1 และเป็นการยิงเปิดตัวของ เจ้าอุ้มธีรธร บุญมาทันในสีเสื้อใหม่ได้อีกด้วย แล้วดูฟอร์มการเล่นของอุ้ม แทบจะไม่ต้องปรับตัวกับทีมใหม่เลยด้วยซ้ำไปเพราะว่าเพื่อนร่วมทีมเมืองทองส่วนมากก็จะเป็นพวกทีมชาติไทย ที่เล่นด้วยกันมาอย่างยาวนานอยู่แล้ว จึงเข้าขากันได้ไม่ยาก

ลึกๆอยากให้บุรีรัมย์คืนฟอร์มเก่งกับมาเร็วๆเพื่อในปีนี้ฟุตบอลไทยลีกจะได้สนุกขึ้น คนที่เคยบอกไว้ว่าบุรีรัมย์จะได้แชมป์จนไม่มีที่ให้ติดดาวบนเสื้อ วันนี้เริ่มเห็นกันแล้วว่า สิ่งที่แน่นอนที่สุดนั้นก็คือความไม่แน่นอน

Read More

บอลไทยลีกเลก2สนุกแน่

บอลไทยลีกเลก2สนุกแน่

จบลงไปแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีกเลกที่1ประจำปี2559 ภายใต้การบริหารงานของทีมงานบริหารสมาคมฟุตบแลแห่งประเทศไทยชุดใหม่ และจะมีการแข่งขันในเลกที่2ต่อกันไปเลยในวันเสาร์และอาทิตย์นี้

โดยสิ่งที่แฟนบอลต่างเฝ้ามองด้วยความตื่นเต้นนั้นก็คือการเสริมทัพของแต่ละทีม ที่แต่ละทีมเสริมการโหดๆทั้งนั้น  โดยเฉพาะจ่าฝูงในขณะนี้นั้นก็คือ เอสซีจี เมืองทอง ที่ได้ กัปตัน อุ้ม ธีรธร บุญมาทัน มาจากอ้อมอกอ้อมใจของทีมคู่ปรับตลอดกาลนั้น ก็คือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอกจากนั้น ยังได้นักเตะต่างชาติระดับตำนานของสโมสรอย่าง ยาย่า คัมแบ็กกลับมารับใช้สโมสรอีกครั้ง  รวมถึงการดึงตัว อดิศร พรมรักษ์ มาจากทีมพี่ทีมน้องอย่าง บีอีซี เทโร อีกด้วย ก็ต้องรอติดตามชมกันต่อไปว่า ในเลกที่สอง เอสซีจีเมืองทองจะโหดแค่ไหนหลังจากนัดล่าสุดถล่ม โอสถสภา ไป 8-3  และอีกหนึ่งประเดนที่ต้องติดตามนั้นก็คือจะมีใจต้องย้ายออกไปหรือไม่เมื่อมีคนใหม่เข้ามา

แชมป์เก่า บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ก่อนเปิดฤดูกาลแฟนบอลต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยกระดับขึ้นไปเหนือทีมในไทยทุกทีมแล้ว แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้าง เมื่อ ดิโอโก้ มาเจ็บก่อนเปิดฤดูกาล ทำให้เกมส์รุกด้านไปสนิทเลย

จนมีการประกาศถ่ายเลือดใหม่ในเลกสองโดยการดึงนักเตะใหม่เข้ามาถึงเจ็ดคน  โดยทีเด่นๆก็จะเป็นนักเตะต่างชาติ  ตามสไตร์ถนัดของบุรีรัมย์  เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ฟอร์มการเล่นที่ดีของบุรีรัมย์คงกลับมา  แต่การไปถึงการรักษาแชมป์คงอยาก

อีกทีมที่สร้างความฮือฮาให้กลับวงการฟุตบอลบ้านเราได้ไม่น้อยนั้นก็คือ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่คว้านักฟุตบอลดีกรีทีมชาติไทยเข้าสู่อ้อมอกอ้อมใจ ของทีมได้หลายคน จนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าบุญทุ่มเจ้าใหม่ของวงการฟุตบอลไทย โดยได้ทั้ง ฐิติพันธ์  พ่วงจันทร์ จากเมืองทอง บดิน ผาลา จากบางกอกก๊าซ  มงคล ทศไกร จากอาร์มี่ และอีกหลายหลาย

รวมทั้งอีกหลายทีมที่ซื้อนักเตะดังเข้าสู่ทีม  และการแจ้งเกิดของ ดาวรุ่งมากมาย ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อวงการฟุตบอลไทยโดยร่วม ขอเพียงให้ทีมบริหาร จัดการเรื่องต่างให้โปร่งใส  ด้วยแรงศรัทธาของแฟนบอลไทย วงการฟุตบอลเมืองไทยคงก้าวหน้าไปได้อีกไกล

แต่เรื่องที่อยากจะฝากก็คือบางทีโปรแกรมการแข่งขันก็แน่นเกิดไปนะครับ เล่นแข็งกันสัปดาห์ละสองเกมส์กลัวว่านักฟุตบอลจะเหนื่อยกันเกินไปและบาดเจ็บกันได้ง่ายๆและแฟนบอลจะพาลเบื่อกันไปซะก่อน

Read More

เมสซี่เจ เก่งและใจบุญ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาวงการฟุตบอลบ้านเราได้แจ้งเกิดนักฟุตบอลเก่งๆหลายคน เช่น ธนบูลย์ เกสารัต,พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา,นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม และอีกหลายๆคน

แต่คนที่โดดเด่นที่สุด ในสายตาของผมนั้นก็คือ เมสซี่เจ  ชนาธิป สรงกระสินธ์  ซึ่งปัจจุบันสังกัดสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด

ด้วยทักษะที่ยอดเยี่ยมเหนือนักเตะไทยด้วย กัน และที่เป็นที่สะดุดตามากที่สุดนั้นก็คือความสูงของเจ้าตัวเอง ที่สูงเพียง 158 เซนติเมตร เท่านั้นเอง แต่เจ้าตัวสามารถเบียดกับนักฟุตบอลคนอื่นๆได้อย่างสบายๆ

ความสามารถที่เขามีนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการฝึกซ้อมอย่างนัก ตั้งแต่วัยเด็ก  โดยเจ้าตัวได้เคยให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ว่า ตอนเด็กนั้น ตัวเองจะต้องซ้อมบอลกับพ่อทุกวัน เพราะพ่ออยากให้ลูกได้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย

ทั้งโดนตีและโดนทำโทษสารพัด หากว่าวันไหนไม่ยอมซ้อมฟุตบอล ตอนเด็กๆ เจ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไหม รู้แต่ว่าต้องทำ

พอโตขึ้นมา ผลลัพธ์ที่เขาได้รับนั้นคุ้มค่ามาก เขาบอกว่าตอนนี้สิ่งที่เขารักมากที่สุดก็คือฟุตบอล และก็ขอบคุณพ่อของเขาที่ทำให้เขาได้มีวันนี้

และตอนนี้เขากับพ่อกำลังมีโปรเจ็ค สร้างศูนย์ฝึกฟุตบอล ที่จังหวัดนครปฐม  โดยลงทุนไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท เขาอยากที่จะเห็นเด็กไทยเก่งกว่าเขาและตัวใหญ่กว่าเขา

ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะเด็กในพื้นที่ก็จะได้รับการพัฒนาอย่างถูกวิธี และเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไม่ดี อีกอย่าง หากประเทศไทยมีนักฟุตบอลแบบ เจ อีกสัก 10 คน ฝันที่อยากเห็นฟุตบอลไทยไปบอลโลกนั้นก็อยู่แค่เอื้อม

เมสซี่เจ

Read More

บอลไทยฟอร์มเจ๋งเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียในบอลโลก 2018

บอลไทยไปบอลโลก เข้าใกล้ความจริงแล้ว!

Asianbookie ศูนย์รวมข้อมูลความเคลื่อนไหวของกีฬาที่หลากหลายที่สุด ที่คุณสามารถติดตามได้แล้ววันนี้ ทางด้านความคืบหน้าของฟุตบอลทีมชาติไทยที่เพิ่งเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียไปหมาดๆ กำลังซุ่มซ้อมเพื่อไปลุ้นชิงแชมป์บอลโลก
ผลการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ทำเอาแฟนคนไทยลุ้นกันแบบไม่ติดเก้าอี้ เพราะฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้การนำของโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้เข้าแข่งขันกับทีมอิรัก ณ ปาส สเตเดี้ยม ประเทศอิหร่าน และได้ผลคะแนนออกมาเป็นแต้มเสมอที่ 2-2 ทีมไทยเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย และเป็นแชมป์ของกลุ่มเอฟเป็นที่เรียบร้อย

12 ปีกว่าจะมาเป็นแชมป์อาเซียน
12 ปีผ่านมาแล้ว ที่ฟุตบอลทีมชาติไทยทำงานอย่างหนักมาตลอด แต่ก็ยังไม่ได้เคยเป็นแชมป์อาเซียนกับเขาสักสมัย ซึ่งถึงแม้ประเทศไทยในเวทีเศรษฐกิจอาจอยู่ในระดับที่นำประเทศเพื่อนบ้านอยู่บ้าง แต่กับวงการกีฬาอย่างฟุตบอลแล้ว ทีมไทยห่างหายไปนานจากการเป็นแชมป์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในวันนี้ก็เป็นทีของเรา ที่ได้เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ในรอบการแข่งขันคัดเลือกบอลโลก รอบอาเซียน เราจะตามไปดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ช่วยให้ทีมไทยได้เข้ารอบมาจนถึงครั้งนี้

ทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่โลกต้องจดจำ
1. โค้ชซิโก้ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยจอมตีลังกา ได้หวนกลับสู่วงการฟุตบอลอีกครั้งในบทบาทของสต๊าฟโค้ช และด้วยฝีมือในการฝึกซ้อมวางแผน และการกล้าลุกขึ้นมาแสดงความเห็น จึงทำให้วงการฟุตบอลไทยมีประวัติศาสตร์หน้าใหม่เกิดขึ้น
2. ทีมเวิร์คยังคงสำคัญเสมอ สำหรับกีฬาแล้ว ยังไงซะก็หนีไม่พ้นเรื่องทีมเวิร์ค และทีมชาติชุดนี้มีความคุ้นเคยกันมานาน ทำให้สามัคคีและมีความเข้าขากันดีอย่างมาก
3. เด็กใหม่ไฟพุ่งแรง ด้วยวัยของนักกีฬาทีมชาติชุดนี้ ทำให้มีพละกำลังเหลือเฟือในการวิ่ง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่เพิ่งได้รับการปรับแก้เมื่อไม่นานมานี้
4. สปิริตนำทีม เพราะที่ผ่านมาบอลไทยได้รับการกล่าวถึงในแง่ล้อเลียน บอลไทยไปมวยโลก แต่ทีมชาติชุดนี้มีสปิริตความเป็นนักกีฬาสูงมาก การเล่นแบบเอาคืนในสนามจึงไม่เคยเกิดขึ้น
5. นักกีฬารูปหล่อ เพราะนอกจากจะมีดีเรื่องทักษะการเล่นแล้ว นักกีฬาทีมชาติชุดนี้ยังมีดีที่หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ทำให้มีแฟนบอลสาวๆ ติดตามเพิ่มอีกเป็นโขยง
6. ใจสู้ไม่ถอย จากการแข่งขันหลายนัดที่ผ่านมา หากติดตามมาโดยตลอดเราจะเห็นได้ว่า ทีมชาติชุดนี้เป็นทีมชาติที่มีหัวใจไม่ยอมแพ้ สู้จนถึงนาทีสุดท้าย สมเป็นช้างศึก ที่มีหัวใจสิงห์
7. วางตัวให้สมฐานะ เพราะการเป็นนักกีฬา หน้าที่ที่ต้องทำให้ดีที่สุดก็คือการเป็นนักกีฬา แม้จะโด่งดังเพียงใด การฝึกซ้อมและทุ่มเทให้กับการแข่งขันก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และทีมชาติชุดนี้ก็ทำได้ดีเสมอมา
8. กำลังใจจากแฟนบอลชาวไทย ซึ่งข้อนี้เป็นอีกเบื้องหลังความสำเร็จของทีมนักกีฬาเช่นกัน เพราะเสียงเชียร์และแรงใจที่ส่งไปยังนักกีฬานั้น ช่วยให้พวกเขาฮึกเหิมยิ่งขึ้น

คงต้องติดตามและส่งแรงเชียร์กันต่อไป สำหรับฟุตบอลทีมชาติไทย ลุ้นไปพร้อมๆ กันว่าพวกเขาจะสามารถเข้ารอบลึกกว่านี้ได้หรือไม่ พร้อมติดตามข่าวสารวงการกีฬาและฟุตบอลระดับโลกได้ที่เว็บไซต์ Asianbookie เพื่อเกาะติดกระแสอินเทรนด์และรับข้อมูลอัพเดทได้ตลอดเวลา

Read More

ฟุตบอลไทยจะไปบอลโลกต้องเริ่มต้นจากเยาวชน

ฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2016 ทำการแข่งขันไปแล้ว 6 นัด ความมันไม่น้อยไปกว่าลีกดังของโลก มีลูกยิงสวยให้เราได้ชมกันมากมาย และเป็น บางกอกก๊าซ เอฟซี  ที่ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้

ตอนก่อนเปิดฤดูกาล กูรูทั้งหลายต่างให้ทรรศนะ ไปในทิศทางเดียวกัน นั้นก็คือคงเป็นอีกปีที่ บุรีรัมย์แชมป์เก่าจะเก็บชัยนะได้เป็นกอบเป็นกำ และเข้าวินอย่างง่ายดาย

แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น มันกับไม่ง่ายอย่างนั้น หลายทีมเสริมทัพด้วยดาวดังมากมาย  และยกระดับทีมขึ้นมาได้อย่างเห็นได้ชัด อย่างเช่น แบงค๊อก ยูไนเต็ด หรือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ก็ดันตัวเองขึ้นมาดูแถวบนของตารางคะแนนได้สำเร็จ

ก็คงต้องตามลุ้นตามเชียร์กันว่าท้ายที่สุดแล้ว ทีมใดจะเข้าป้ายเป็นแชมป์ในปีนี้

แต่วันนี้ผมมีเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาของวงการฟุตบอลไทย ในอีกมิติหนึ่งมาเล่าให้ฟัง  นั้นก็คือในด้านของการพัฒนาเยาวชน

ผมได้มีโอกาสดูรายการ Sport Academy ของช่อง Thai PBS ทาง YOutube เป็นการไปเจาะลึกรายละเอียดการใช้ชีวิตของนักเตะเยาวชนของสองสองสโมสรยักษ์ใหญ่นั้นก็คือ เมืองทอง ยูไนเต็ด  กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

สิ่งที่ มีร่วมกันนั้นก็คือ อคาเดมี่ของ ทั้งสองสโมสรเป็นมืออาชีพ เด็กต้องมาพักนอน ที่นี้ ตอนไปโรงเรียนก็มีรถไปรับไปส่ง

และมีตารางการฝึกซ้อมอย่างชัดเจน ดูแล้วก็รู้สึกมีความสุขมากๆ และในใจลึกๆคิดว่าประตูสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของทีมชาติไทยได้เปิดออกแล้ว รอให้เด็กกลุ่มนี้เติบใหญ่ พร้อมกับสรีระที่ได้รับการดูแลด้านโภชนาการเป็นอย่างดี  การเล่นฟุตบอลอย่างถูกวิธี และการเดินรอยตามรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ เราจะได้เยาวชนที่  แข็งแกร่งเหมือนกับญี่ปุ่นที่เขาทำได้มาแล้ว

ย้อนอดีตไปเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เมืองทยได้ถูกโยนความหวังมาให้แล้วรอบหนึ่ง โดยการเข้ามาเปิด อคาเดมี่ ของ JMG สถาบันฝึกลูกหนังชื่อดัง ที่ป้อนนักฟุตบอลชื่อดัง อย่าง  โคโล่  ตูเล่ เอบูเอ้ ให้กับทีมอาเซนอล  ในประเทศไทย และคัดเลือกเยาวชน ไปฝึกฟุตบอลแบบเท้าเปล่า พร้อมกับการันตีว่ามีการเซ็นสัญญากับสโมสรอาเซนอลไว้ล่วงหน้าแล้ว ทุกคนต่างมีความหวังว่าเด็กชุดนั้นจะพาไทยไปบอลโลกได้  แต่แล้วด้วยเหตุผลใดก็ไม่สามารถทราบได้  โครงการดังกล่าวก็ถูกยุบไป นักเตะของ JMG อคาเดมี่ก็ย้ายไปอยู่กับ เมืองทองบ้าง ชลบุรีบ้าง บีอีซี  เทโรบ้าง  ที่คุ้นหู  ก็อย่างเช่น สุริยา สิงมุ้ย  กษิเดช  สุพร  ของเมืองทอง

และช่วงสองสามปีที่ผ่านมาก็ได้ข่าวว่า  JMG ได้ไปเปิดสาขาที่ เวียดนามและสร้างเยาวชนขึ้นมา ผมได้แต่ยิ้มที่มุมปาก  เบาๆ ด้วยความรู้สึกว่าต่อไปคงไม่ต่างจากเด็กไทย ชุดที่โดนลอยแพ

เพราะตามความคิดของผมต่อให้ เด็กเก่งแค่ไหน แต่พอโตขึ้นมาไม่มีแรงกระตุ้น  ไม่มีเวทีที่เหมาะสม เด็กก็ไม่ได้พัฒนาเต็มที่ และสุดท้ายก็เก่งไม่สุด

แต่ของไทยเรามีทุกอย่างครบ นักฟุตบอลเก่งๆมากมายที่พร้อมจะเป็นต้นแบบให้กับเยาวชนตัวน้อยๆ และเวทีไทยลีกก็ถือว่าเป็นเวทีใหญ่ทีมีมาตรฐานระดับหนึ่ง ที่จะช่วยหล่อหลอมให้เด็กจาก Academy เหล่านี้แข็งแกร่งขึ้น

Read More

ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกปีนี้

หลังจากทีมชาติไทยชุด u23 ได้ตกรอบคัดเลือก ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียไปอย่างน่าเสียดาย

ก็ถึงเวลาที่แฟนบอลชาวไทยได้กับมาโฟกัส ฟุตบอลระดับสโมสรกันบ้าง โดยนอกจากข่าวการเลือกตั้งนายกสมาคมที่มีปัญหารายวันแล้ว เรื่องเด่นรองลงมาก็น่าจะเป็นข่าวการขายทีมของสโมสรยักษ์ลับ นั้นก็คือสโมสร บีอีซี เทโร ศาสน โดยข่าววงในได้แจ้งว่าเจ้าของใหม่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั้นก็คือเครือสยามกีฬา เจ้าของทีมเมืองทอง ยูไนเต็ดนั้นเอง

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเรื่องเซอร์ไพร์เกิดขึ้น นั้นก็คือการย้ายทีมแบบสายฟ้าแลบของสามตัวหลัก ทีมชาติไทย อันได้แก้ เมสซี่ เจ ชนาทิป ,ธนบูล ,แล้วก็พีรพัตร์ ย้ายไปอยู่เมืองทองยูไนเต็ดปล่อยในทีมอื่นๆ ได้แต่มองตาปริบๆ

นอกจากสามนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ย้ายทีมแล้ว ก็ยังมี รังสรรค์ วิวัชชัยโชค ที่ย้ายไปสุพรรณบุรีเอฟซี และนักฟุตบอลอีกหลายคนก็กำลังมีข่าวการย้ายทีมตามมา

นอกจาก บีอีซี ที่มีลักษณะเหมือนทีมแตกแล้ว สโมสรอย่าง เพื่อนตำรวจ แชมป์ลีกวัน อดีตทีมเงินหนา ก็พากันย้ายออกหลายทีมเช่นกัน

ก็ต้องดูว่าจากการแพแตกของสองทีมที่มีนักฟุตบอลระดับสตาร์ดังมากมายทั้งสองทีม จะทำให้เกิดทีม บิ๊กเนมเกิดขึ้นใหม่ได้หรือไม่

Read More

ว่าด้วยเรื่องฟุตบอลไทย

จบลงไปแล้วรายการบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับรายการ ช้างเอฟเอคัพ 2558 ซึ่งแข่งกันไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2558 โดยเป็นการโคจรมาพบกันของคู่ปรับแห่งยุค ของฟุตบอลไทย นั้นก็คือสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เจ้าของ4แชมป์ในปีนี้ และแชมป์ลีกสูงสุดโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก พบกับ เมืองทองหนองจอกยูไนเต็ด รองแชมป์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก

ก่อนเกมส์การแข่งขัน เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อประธานสโมสรบุรีรัมษ์ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าไมได้แชมป์ รายการนี้ ขอลาไปตายดีกว่า

พร้อมกับวลีเด็ดที่พูดมาตลอดนั้นก็คือ แพ้ใครแพ้ได้แต่ไม่แพ้เมืองทอง ทำให้ความร้อนแรงของการแข่งขันรายการนี้เพิ่มทวีความสนใจจากแฟนบอล ทั้งขอจรและขาประจำ

ผลการแข่งขันจบลง เป็นฝ่ายบุรีรัมย์ยูไนเต็ดที่สามารถเอาชนะได้สำเร็จด้วยสกอร์ 3-1 บุรีรัมย์ได้ประตูจากจุดโทษของ ตูเนษ ลูกโหม่งของ โกล ซุลกิ และการปั้นโค้งโค้งงงงงงงงงงงงง สุดสวยของ จักรพันษ์ แก้วพรม ส่วนเมืองทองนั้นสามารถตีไข่แตกได้จาก มาริโอ ยูรอฟกี้ และเป็นมาริโอ ที่โดนไล่ออกในช่วงท้ายเกมส์

ฟอร์มการเล่นในวันนี้เป็นบุรีรัมย์ที่กดใส่อยู่เกือบตลอดทั้งเกมส์ การขาดหายไปของ ดัสกร ทำให้เกมส์ของเมืองทองไม่ประติประต่อเท่าที่ควร เมื่อดูภาพรวมทั้งหมดแล้ว ต้องยอมรับว่าบุรีรัมย์พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้ว

กลับมาติดตามข่าวของสโมสรอื่นๆกันบ้าง ที่ฮือฮาไม่น้อยในช่วงนี้เริ่มจากการที่ AFC มีจดหมายแจ้งมาให้สิทธิ์ ชลบุรี เอฟซี ไปแข่ง AFC Champion leage รอบคัดเลือกแทน สุพรรณ บุรีเอฟซี ที่ไม่มีคลับไลเซ่นซิ่ง หรือว่ายังไม่ผ่านการประเมินของ AFC นั้นเอง ทำให้ชลบุรีได้ส้มหล่นไป หลังจากที่จเด็จ มีลาภ ลาออก และมีการแต่ตั้งเทิดศักดิ์ ใจมั่นขึ้นมาทำหน้าที่แทน

อีกเรื่อง สุพรรณ ทุ่ม 15 ล้าน ดึง สินทวีชัย เฝ้าเสา ชลบรีเสียนักเตะดีๆหลายคนออกไป เริ่มจากคุญญา ที่ย้ายไปท่าเรือ มิเนโร่ ไปเล่น J ลีก อดุลย์ ย้ายไปบุรีรัมย์

Read More

บทสรุปไทยพรีเมียร์ลีก2015

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก2015 ซึ่งทีมที่ได้แชมป์ในปีนี้ก็คือแชมป์เก่า อย่างสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด พร้อมกับอีกสามแชมป์ในปีนี้ อันได้แก่ ถ้วยพระราชทานประเภท ก,โตโยต้าลีกคัพ และโตโยต้าแม่โขงคลับ ก่อนที่จะมีอีกหนึ่งแชมป์ให้ได้ลุ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2558 นี้กับรายการบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อย่าง ช้างเอฟเอคัพ ที่โคจรมาพบกับคู่ปรับตลอดกาล อย่างเมืองทองหนองจอกยูไนเต็ด ทีมอันดับสองจากไทยพรีเมียร์ลีก ท่านประธานเนวินชิดชอบพูดตลอดว่า บุรีรัมย์แพ้ใครแพ้ได้แต่ไม่แพ้เมืองทอง รับประกันเกมส์นี้ต้องมันส์แน่นอน

เกมส์นี้แข่งที่สนามสนามศุภชลาศัย เริ่มแข่งเวลา 18.30 น. เพราะหลายคนอาจจะสับสนว่าแข่ง 19.00 น.ซึ่งเป็นเวลาที่กำหนดในช่วงแรก แต่สักประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีการปรับเวลาใหม่ให้เป็น 18.30 อย่าพลาดนะครับ สำหรับคนที่ไม่ได้ไปดูที่สนามรวมทั้งผมด้วย ก็มีการถ่ายทอดสดให้ชมทาง เคเบิลที่วี ของTrue Vision และมีการถ่ายทอดทางฟรีทีวีในระบบดิจิตอล ในช่วง true4you ด้วย เข้ารายการเวลา 17.30 น. หนึ่งในผู้บรรยายคือน้าหังครับ ขวัญใจของใครหลายคน เจ้าของวลี “ปั่นโค้งโค้งงงงงงงงง” กับ คุณฟลุ๊ค รับรองพากษ์ได้สนุกแน่นอน

เรากลับมาพูดถึงรายการโตโยต้าไทยพรีเมียร์2015กันต่อ ทีมอันดับสองปีนี้ได้แก่คู่ปรับตลอดกาลของบุรีรัมย์นั้นก็คือเมืองทองยูไนเต็ดครับ ส่วนอันดับสามมาแบบเหนือความคาดหมายได้แก่ สุพรรณบุรีเอฟซี ซึ่งแซงชลบุรีได้สำเร็จทำให้ชลบุรีได้เพียงอันดับที่สี่เท่านั้นเอง

เมื่อมองในโซนท้ายตาราง น่าใจหายอยู่ไม่น้อยเมื่อทีมเงินหนาอย่าง บีอีซี เทโรศาสน และการท่าเรือไทยเอฟซีร่วงตกชั้นอย่างไม่น่าเชื่อ กับอีกหนึ่งทีมอย่าง TOT SC ที่มีปัญหามาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล

ส่วนทีมที่จะขึ้นมาแทนทีในปีหน้านั้นก็ประกอบไปด้วย เพื่อนตำรวจ พัทยา ยูไนเต็ด และบีบีซียู

ก็หวังว่าปีหน้าการแข่งขันคงจะเข้มข้นมากกว่านี้ เรียกแฟนบอลเข้าสนามเยอะ จะได้ส่งผลต่อทีมชาติไทยต่อไปในอนาคตด้วย

Read More

บุรีรัมย์ยูไนเต็ด จะเข้าตลาดหลักทรัพย์

ช่วงนี้ก็เป็นอีกช่วงที่ฟุตบอลลีกภายในประเทศทำการลีกทางให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่จะลงทำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับไต้หวัน ในวันที่ 11 นี้ ทำให้ลีกงดการแข่งขันเพื่อให้ทีมชาติไทยได้ ไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่กิเลน วัลเล่ห์ เขาใหญ่

หลายสโมสรก็หาแมทต์อุ่นเครื่องเพื่อรักษาความฟิต ของร่างกาย แต่สโมสรดังอย่างบุรีรัมย์ยูไนเต็ดได้ใช้ช่วงเวลานี้ในการ เปิดช็อปสโมสรแห่งใหม่ ที่กรุงเทพ ณ สยามสแควร์ เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า สโมสรประจำจังหวัดอย่าง บุรีรัมย์ยูไนเต็ด สามารถที่จะมาเปิดร้านขายของที่ระลึกได้ถึงเมื่องกรุงแสดงว่าพวกเขา มีฐานแฟนบอลในกรุงเทพมากพอสมควร รวมถึงการมองการสร้างแฟนบอลที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่จังหวัด บุรีรัมย์อีกต่อไป

เป้าหมาย ของบุรีรัมย์นั้นชัดเจนมาตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ว่าต้องการที่จะป็น TOP 5 ของเอเชียให้ได้ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนั้นก็ได้ก้าวขึ้นมาอยู่อันที่10 ของเอเชียแล้ว(บางสื่อก็บอกว่าอันดับ9แล้ว) แต่สิ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากในวันเปิดร้านขายของที่ระลึกของสโมสรนั้นก็คือ การที่ท่านประธานเนวิน ชิดชอบประธานสโมสร ได้ประกาศว่าภายในปี 2561 สโมสรบุรีรัมย์ จะเข้าตลาดหุ้นให้จงได้ เพราะการแข่งขันในระดับเอเชียนั้นจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก และต้องการสร้างความมั่นคงให้กับสโมสรแห่งนี้

เสียงตอบรับของเหล่าบรรดา แฟนบอลไทยไม่ว่าจะของทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดเองหรือว่า ทีมอื่นๆก็กล่าวชื่นชม ว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมมาก ในเว็บบอร์ดกีฬาฟุตบอลไทยชื่อดังอย่าง thailandsusu ก็มีแฟนบอลบางส่วงแสดงความคิดเห็นว่าจะเตรียมเงินไว้เพื่อซื้อหุ้นของสโมสร บุรีรัมย์ ถึงจำนวนเงินไม่มากแต่ว่าต้องการที่จะร่วมเป็นเจ้าของ สโมสรประวัติศาสตร์ของประเทศไทยสโมสรนี้

กลับมาที่การลุ้นแชมป์ ในปีนี้ก็เป็นบุรีรัมย์ ที่ยังคงครองความได้เปรียบอยู่ด้วยการนำเป็นจ่าฝูงและมีคะแนนนำทีมอันดับสองอย่างเมืองทอง ยูไนเต็ดอยู่ 5 คะแนนด้วยกัน นัดที่เหลือต่อจากนี้คิดว่า ทุกทึมต้องใส่กันอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน

Read More