พัฒนาการของฟุตบอลไทย

ทีมชาติไทยในช่วงเวลาที่ชาวไทยหันมาสนใจฟุตบอล

หากพูดถึงกีฬาที่รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทยคงจะหนีไม่พ้นกีฬาฟุตบอล ยิ่งในยุคสมัยนี้ด้วยแล้วฟุตบอลคงเป็นอีกหนึ่งในกีฬาที่มีแฟนๆชาวไทยคอยตามเชียร์ ตามลุ้นกันที่ 188bet มากที่สุดกีฬาหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งในอดีตนั้นอัตราส่วนของแฟนบอลทีมของชาติไทยต่อแฟนบอลของสโมสรจากต่างประเทศนั้นอาจจะสูสีกันหรือแฟนบอลของสโมสรต่างประเทศนั้นมีมากกว่าเล็กน้อย แต่ในปัจจุบันแฟนบอลของทีมชาติไทยได้เพิ่มมากขึ้นอย่างล้นหลาม เรียกได้ว่าเกือบๆทุกนัดที่ทีมชาติไทยแข่งตั๋วการแข่งขันในนัดนั้นขายดียิ่งกว่าแจกซะอีก หรือว่าจะเป็นการแข่งขันในต่างประเทศก็ยังมีผู้คนตามไปเชียร์ รวมถึงแฟนบอลไทยในประเทศนั้นๆอีกด้วย ยังไม่รวมยอดชมผ่านทางโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ตที่มากขึ้นทุกครั้ง อะไรที่เป็นสาเหตุให้ทีมชาติไทยในยุคนี้กลับมายิ่งใหญ่ขนาดนี้ อะไรที่เป็นสาเหตุให้คนไทยทั้งชายและหญิงหันมาเชียร์บอลไทยกัน ไปติดตามชมได้เลยครับ
อย่างแรกที่ปฏิเสธไม่ได้เลยถึงข้อดีของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยในยุคสมัยนี้คือภาพลักษณ์ของทีมที่ดี ไม่ว่าจะเป็นนักเตะ รวมถึงสต๊าฟโค้ด ที่มีภาพลักษณ์ที่ไม่ทำตัวให้เสื่อมเสียหรือมีข่าวเสียๆหายๆให้เห็นกันเลย ประกอบการเป็นนักกีฬาที่รับใช้ประเทศชาติทำให้ไม่แปลกใจเลยที่หลายๆคนจะยึดถือเป็นแบบอย่าง ทำให้เกิดเป็นกระแสการเชียร์บอลไทย และคอยเอาใจช่วยนักเตะเหล่านี้กันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีข่าวสารที่รวดเร็วฉับไวของอินเทอร์เน็ต ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถติดตามข่าวสารรวมถึงข้อมูลของนักเตะได้อยู่ตลอดเวลา ทำให้ยิ่งเป็นการทำให้พวกเค้าเหล่านั้นรู้จักนักเตะมากยิ่งขึ้นไปอีก พอคนเรารู้จักอะไรมากยิ่งขึ้นหรือคุ้นเคยกับอะไรไปแล้วก็คงไม่แปลกใจเลยที่อยากจะคอยตามเชียร์หรือให้กำลังใจนักเตะเหล่านั้นไปด้วยนั่นเอง
นอกจากความหนาแน่นของแฟนบอลชาวไทยที่มีทีมชาติไทยแล้ว ด้วยผลการแข่งขันและรูปแบบทีมที่ดีในปัจจุบันก็ทำให้ทีมชาติไทยมีผลการแข่งขันที่น่าพอใจเช่นกัน แม้ในเอเชียเราอาจจะไม่ใช้ทีมระดับสุดยอด แต่เหล่านักเตะก็ได้ทำให้เห็นถึงการเล่นที่มีประสิทธิภาพของพวกเค้า รวมถึงสปิริตที่พวกเค้ามีต่อเกมการแข่งขันในทุกๆนัดที่ลงแข่งเลยทีเดียว และในระดับอาเซียนทีมชาติไทยก็ได้กลับมาทวงบัลลังก์ความเป็นหนึ่งคืนมาได้อีกครั้งด้วย เรียกได้ว่าทีมชาติไทยในยุคนี้เป็นทีมที่แข็งแกร่งเกือบจะที่สุดของทีมฟุตบอลที่ประเทศเราเคยมีมาเลยก็ว่าได้
ด้วยเหตุผลทั้งหมดดังที่กล่าวมานั้นคงจะพอทำให้หลายๆคนเห็นถึงพัฒนาการในด้านดีของทีมฟุตบอลของประเทศเราขึ้นมาบ้างแล้ว ไม่แน่คุณอาจจะเพิ่งนึกได้ว่าเริ่มหันมาเชียร์ฟุตบอลไทยกันก็ในยุคสมัยนี้เอง สุดท้ายนี้ก็ขอฝากคำคมสั้นๆเกี่ยวกับฟุตบอลไทยทิ้งไว้สักเล็กน้อย อาจจะเป็นคำพูดเก่าๆแต่ก็ฟังแล้วกินใจทุกครั้ง “บอลนอกแค่สะใจ แต่บอลไทยอยู่ในสายเลือด” เอาใจช่วยพวกเค้าต่อไปนะครับสำหรับทีมชาติไทย

Read More

ปีหน้าฟุตบอลไทยสนุกแน่

ช่วงนี้ฟุตบอลไทยปิดฤดูกาลแล้ว แต่ข่าวความเคลื่อนไหวก็ยังคงแซ่บอยู่ โดยข่าวที่สร้างกระแสให้แฟนบอลได้คุยกันในช่วงนี้นั้นก็คือเรื่องของการย้ายทีมของเจ้าตั้มธนบูล เกศารัตร กองกลางตัวรับของทีมชาติไทยและสโมสรเมืองทองยูไนเต็ดที่ย้ายมาร่วมทีมเชียงราย ยูไนเต็ด กลายเป็น สถิติของนักฟุตบอลคนไทยที่ย้ายทีม ทำลายสถิติเดิมของ ธีรธร กับตันทีมชาติไทยที่ย้ายจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาอยู่กับเมืองทอง เมื่อฤดูกาลที่แล้วซึ่งค่าตัวในครั้งนั้น ประมาณ 30ล้านบาท แต่การย้ายทีมครั้งนี้ของเจ้าตั้มว่ากันว่า มีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านบาท ซึ่งหลังจากกระแสข่าวออกมาประธานสโมสรของ เชียงรายก็ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นเรื่องจริงแต่จำนวนเงินก็มากพอที่จะเป็นสถิติใหม่ของเมืองไทยอย่างแน่นอน รวมถึงเจ้าตั้มยังจะได้รับเงินเดือนถึงเดือนละ เจ็ดแสนบาท เป็นสถิติ ของนักฟุตบอลไทยอีกด้วย

หลายคนก็เริ่มกังวลเรื่องของ ราคาค่าตัวร่วมถึงค่าเหนื่อยที่สูงมากว่ามันจะคุ้มค่ากับการลงทุนของสโมสรหรือไม่และจะส่งผลกระทบต่อ สโมรอื่นๆที่จะต้องซื้อนักเตาะในราคาที่เพิ่มสูงขึ้นอีกหรือไม่ และจะส่งผลระยะยาวให้วงการฟุตบอลไทยเกิดภาวะฟองสบู่แตกหรือไม่ สำหรับเรื่องนี้ก็ต้องติดตามต่อไปว่าสิ่งที่แฟนบอลบางท่านนั้นกังวลใจนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่

แต่สำหรับความคิดเห็นของผมแล้วละก็ผมคิดว่า การที่นักเตาะชาวไทยมีค่าตัวและได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้นนั้น เป็นผลดีต่อวงการฟุตบอลไทยเพราะว่าจะทำให้คนอื่น ที่ไม่ได้เป็นแฟนบอลฟุตบอลไทยอย่างจริงจังนั้น จะได้หันมาให้ความสนใจกับวงการฟุตบอลไทย และการที่เจ้าตั้มนั้นได้เงินเดือนเยอะๆนั้นก็จะเป็นการกระตุ้นให้นักเตาะเยาวชนนั้นเกิดแรงบันดาลใจในการที่จะเอาอย่างและตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อจะได้มายืนอยู่จุดเดียวกันกับเจ้าตั้มนี้ในสักวันหนึ่ง

อีกเรื่องที่เกียวกับฟุตบอลไทยนั้นก็คือ ข่าวการขายสิทธิการทำทีมของทีม พัทยา ยูไนเต็ด โดยกลุ่มทุนที่เข้ามาซื้อในครั้งนี้นั้นก็คือ กลุ่ม อุดร เอฟซี ทีมจากดิวิชั่นสองที่พึ่งประกาศพักทีมไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่สิ่งที่แฟนบอลอยากรู้ก็คือ สนามที่จังหวัดอุดรนั้นไม่ผ่านมาตราฐานและไม่สามารถที่จะใช้แข่งในระดับไทยพรีเมียร์ลีกได้ และหลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวออกมาอีกว่าอาจจะมีการไปขอใช้สนาม ของจังหวัด ขอนแก่นเป็นการชั่วคราว และอีกเรื่องที่มีการพูดถึงนั้นก็คือ กฎของไทยลีกที่ห้ามมีการเปลี่ยนชื่อทีมภายในหนึ่งปีที่ย้ายทีมไป จึงมีแฟนบอลคาดการณ์กันว่าอาจจะเกิด ปรากฏการณ์ ทีมชื่อพัทยา ยูไนเต็ด แต่ไปแข่งที่จังหวัดขอนแก่น และมีเจ้าของทีมเป็นคนอุดร เรื่องนี้ก็คงต้องคอยติดตามกันต่อไป

Read More

ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกปีนี้

หลังจากทีมชาติไทยชุด u23 ได้ตกรอบคัดเลือก ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียไปอย่างน่าเสียดาย

ก็ถึงเวลาที่แฟนบอลชาวไทยได้กับมาโฟกัส ฟุตบอลระดับสโมสรกันบ้าง โดยนอกจากข่าวการเลือกตั้งนายกสมาคมที่มีปัญหารายวันแล้ว เรื่องเด่นรองลงมาก็น่าจะเป็นข่าวการขายทีมของสโมสรยักษ์ลับ นั้นก็คือสโมสร บีอีซี เทโร ศาสน โดยข่าววงในได้แจ้งว่าเจ้าของใหม่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั้นก็คือเครือสยามกีฬา เจ้าของทีมเมืองทอง ยูไนเต็ดนั้นเอง

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเรื่องเซอร์ไพร์เกิดขึ้น นั้นก็คือการย้ายทีมแบบสายฟ้าแลบของสามตัวหลัก ทีมชาติไทย อันได้แก้ เมสซี่ เจ ชนาทิป ,ธนบูล ,แล้วก็พีรพัตร์ ย้ายไปอยู่เมืองทองยูไนเต็ดปล่อยในทีมอื่นๆ ได้แต่มองตาปริบๆ

นอกจากสามนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ย้ายทีมแล้ว ก็ยังมี รังสรรค์ วิวัชชัยโชค ที่ย้ายไปสุพรรณบุรีเอฟซี และนักฟุตบอลอีกหลายคนก็กำลังมีข่าวการย้ายทีมตามมา

นอกจาก บีอีซี ที่มีลักษณะเหมือนทีมแตกแล้ว สโมสรอย่าง เพื่อนตำรวจ แชมป์ลีกวัน อดีตทีมเงินหนา ก็พากันย้ายออกหลายทีมเช่นกัน

ก็ต้องดูว่าจากการแพแตกของสองทีมที่มีนักฟุตบอลระดับสตาร์ดังมากมายทั้งสองทีม จะทำให้เกิดทีม บิ๊กเนมเกิดขึ้นใหม่ได้หรือไม่

Read More

ว่าด้วยเรื่องฟุตบอลไทย

จบลงไปแล้วรายการบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับรายการ ช้างเอฟเอคัพ 2558 ซึ่งแข่งกันไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2558 โดยเป็นการโคจรมาพบกันของคู่ปรับแห่งยุค ของฟุตบอลไทย นั้นก็คือสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เจ้าของ4แชมป์ในปีนี้ และแชมป์ลีกสูงสุดโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก พบกับ เมืองทองหนองจอกยูไนเต็ด รองแชมป์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก

ก่อนเกมส์การแข่งขัน เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อประธานสโมสรบุรีรัมษ์ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าไมได้แชมป์ รายการนี้ ขอลาไปตายดีกว่า

พร้อมกับวลีเด็ดที่พูดมาตลอดนั้นก็คือ แพ้ใครแพ้ได้แต่ไม่แพ้เมืองทอง ทำให้ความร้อนแรงของการแข่งขันรายการนี้เพิ่มทวีความสนใจจากแฟนบอล ทั้งขอจรและขาประจำ

ผลการแข่งขันจบลง เป็นฝ่ายบุรีรัมย์ยูไนเต็ดที่สามารถเอาชนะได้สำเร็จด้วยสกอร์ 3-1 บุรีรัมย์ได้ประตูจากจุดโทษของ ตูเนษ ลูกโหม่งของ โกล ซุลกิ และการปั้นโค้งโค้งงงงงงงงงงงงง สุดสวยของ จักรพันษ์ แก้วพรม ส่วนเมืองทองนั้นสามารถตีไข่แตกได้จาก มาริโอ ยูรอฟกี้ และเป็นมาริโอ ที่โดนไล่ออกในช่วงท้ายเกมส์

ฟอร์มการเล่นในวันนี้เป็นบุรีรัมย์ที่กดใส่อยู่เกือบตลอดทั้งเกมส์ การขาดหายไปของ ดัสกร ทำให้เกมส์ของเมืองทองไม่ประติประต่อเท่าที่ควร เมื่อดูภาพรวมทั้งหมดแล้ว ต้องยอมรับว่าบุรีรัมย์พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้ว

กลับมาติดตามข่าวของสโมสรอื่นๆกันบ้าง ที่ฮือฮาไม่น้อยในช่วงนี้เริ่มจากการที่ AFC มีจดหมายแจ้งมาให้สิทธิ์ ชลบุรี เอฟซี ไปแข่ง AFC Champion leage รอบคัดเลือกแทน สุพรรณ บุรีเอฟซี ที่ไม่มีคลับไลเซ่นซิ่ง หรือว่ายังไม่ผ่านการประเมินของ AFC นั้นเอง ทำให้ชลบุรีได้ส้มหล่นไป หลังจากที่จเด็จ มีลาภ ลาออก และมีการแต่ตั้งเทิดศักดิ์ ใจมั่นขึ้นมาทำหน้าที่แทน

อีกเรื่อง สุพรรณ ทุ่ม 15 ล้าน ดึง สินทวีชัย เฝ้าเสา ชลบรีเสียนักเตะดีๆหลายคนออกไป เริ่มจากคุญญา ที่ย้ายไปท่าเรือ มิเนโร่ ไปเล่น J ลีก อดุลย์ ย้ายไปบุรีรัมย์

Read More

อนาคตของทีมชาติไทยยุคต่อไป

ช่วงนี้การแข่งขันฟุตบอลรายการโตโยต้าไทยพรีเมียร์หยุดพักการแข่งขันเพื่อหลีกทางให้ทีมชาติชุดใหญ่ได้ไปเก็บตัวกัน โดยไปเก็บตัวอยู่ที่กิเลน วัลเล่ห์ เขาใหญ่ ของสโมสรเมืองทองยูไนเต็ด

แต่แฟนบอลไทยก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเงาเพราะว่า ในห่วงเวลาเดียวกันนี้ในบ้านเรามีการแข่งขัน ชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบคัดเลือก โดยทำการแข่งขันอยู่ที่ สนาม เอสซีจี สเตเดียม ซึ่งเป็นรังเหย้าของสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด

โดยทีมร่วมสายเดียวกันกับทีมชาติไทยก็ประกอบไปด้วยไต้หวัน หมู่เกาะอะไรสักอย่างจำไม่ได้ สิงค์โปร์ และเกาหลีใต้ ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2558 นั้น ทีมชาติไทยชนะมาสามนัดรวด มีเก้าแต้มเท่ากับเกาหลีใต้

แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึงกำลังสำคัญของทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ซึ่งในไม่ช้าคงได้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่อย่างแน่นอน

คนแรก วรชิต กณิตศรีบำเพ็ญ กองกลางหน้าตี๋กัปตันทีม จากสโมสร ชลบุรี เอฟซี   เจ้าของตำแหน่งนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และได้รับโอกาสจากต้นสังกัดให้ลงช่วยทีมอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะในฐานะของตัวสำรอง เป็นเด็กฝึกหัดของชลบุรี อะคาเดมี่ ที่ดูแลโดยโค๊ชเฮง วิทยา เหลาหกุล เป็นเยาวชนไม่กี่คนที่สอดแทรกขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ และเคยได้ไปฝึกฟุตบอลยังต่างประเทศมาแล้วหลายประเทศ อย่างเช่น ญี่ปุ่น เบลเยียม เป็นต้น โดยวรชิต ถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่ครบเครื่อง ทักษะดี เขาสามารถใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงเข้าไปยิงประตูได้หลายครั้ง การเล่นบอลง่าย ครองบอลดี และทีเด็ดสุดคือลูก killer pass ที่เจ้าตัวสามารถทำได้บ่อยครั้ง วรชิตคือนักฟุตบอลที่ทีมชาติไทยไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งหากเขาได้ขึ้นไปเล่นทีมชุดใหญ่ร่วมกับรุ่นพี่อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา การจบสกอร์ของทีมชาติไทยคงดีขึ้นมาอย่างแน่นอน

คนที่สอง สรรเสริญ ลิ้มวรรธนา เด็กจากบุรีรัมย์ยูไนเต็ดที่ปล่อยตัวไปให้ พิจิตร เอฟซีทีมในดิวิชั่นหนึ่งยืมตัวไปใช้งาน ด้วยประสบการณ์ที่เคยไปเล่นฟุตบอลต่างประเทศที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้กระดูกฟุตบอลดูเหมือนจะดีกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ทีเด็ดของเขานั้นก็คือ การคลองบอลที่ยอดเยี่ยมและการเปิดบอลยาวที่แม่นยำระดับความแม่นเป็นมิลลิเมตร การยิงไกลที่หนักหน่วง หากจะให้เปรียบเทียบลักษณะการเล่นของสรรเสริญ ก็คงคล้ายกับดัสกร ทองเหลา อดีตทีมชาติไทย ที่คอยเปิดบอลแม่นๆให้กับเพื่อน และการยิงไกล แต่ดูเหมือนว่าสรรเสริญจะทำได้ดีกว่า

คนสุดท้าย อานนท์ อมรเสิศศักดิ์ เจ้าของฉายา เมสซี่แม่ริม นักเตะจากบุรีรัมย์ยูไนเต็ดชุดใหญ่ ด้วยลีลาการกระชากลากเลื้อยที่ทะลุทะลวง ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลชาวไทยอย่างรวดเร็ว

นี่คือเพชรเม็ดงามเม็ดใหม่ของวงการฟุตบอลเมืองไทยที่รอการเติบโตขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ หากถึงวันนั้นจริง ทีมใดๆในเอเชียทีมไทยก็มีลุ้นที่จะเอาชนะได้ทั้งนั้น

Read More

2ธี2กอนักฟุตบอลไทยที่ทักษะสู้ทีมจากตะวันออกกลางได้

ในห้วงนี้เป็นช่วงที่ทีมชาติไทยสร้างความสุขให้กับเราได้มากมายเหลือเกิน ไล่ไปตั้งแต่การแข่งขัน ชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่ประเทศลาวซึ่งไอ้หนูแข้งนักเตะไทยก็ไปคว้าถ้วยกับมายังแผ่นดินสยาม ได้สำเร็จ

ต่อจากนั้น ก็เป็นคิวของ ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งได้แจ้งเกิดให้กับนักฟุตบอลหลายต่อหลายคน

วกกลับมาที่ทีมชาติชุดใหญ่ ที่ช่วงนี้อยู่ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก นัดล่าสุด เสมอกับ อิรัก ไป2-2 แบบว่าดวงดีสุดๆที่เสมอได้เพราะจากที่เราได้ดูการแข่งขันกับ เวียดนามก่อนหน้านี้เราเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่การเจอกับอิรัก ด้วยรูปร่างของเขาที่ใหญ่กว่า ทักษะที่ดีกว่าก็ทำให้นักฟุตบอลไทยเอาตัวเกือบไม่รอด

ประเด่นที่จะพูดถึงในวันนี้นั้นก็คือ มีนักฟุตบอลทีมชาติไทยอยู่ 4 คนที่เล่นได้ดีและทักษะกับแรงปะทะก็ไม่ได้เป็นปัญหากับพวกเขาเลย

คนแรก ธีรธร บุญมาทัน แบ็คซ้าย กัปตันทีม จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยความที่อยู่ทีมใหญ่อย่างบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ทำให้เขาได้มีโอกาสออกไปสัมผัสกับเกมส์ระดับเอเชียอยู่แทบทุกปี แรงปะทะจึงเป็นเรื่องที่เขารับมือได้ อย่างไม่อยากเย็นนัก โดยส่วนตัวก็หวังว่าจะได้เห็น กัปตันอุ้มผู้นี้ได้ออกไปวาดลวดลายยังลีกชั้นนำของยุโรปบ้าง เพื่อเป็นการเปิดทางให้กับรุ่นน้อง เพราะถ้าไม่ใช้เขาที่ทำได้ก็มองไม่เห็นใครอีกแล้ว ณ เวลานี้

คนที่สอง ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ในเวลานี้ ด้วยทักษะที่มากเหลือ ความเร็ว ความใจกว้างเมื่อเพื่อนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า และการจ่ายบอลแบบ Killer Pass ทำให้เขาได้มีโอกาสไปค้าแข้งยัง ลาลีก้า ของสเปน กับทีม อัลเมเรีย ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จจนต้องยกเลิกสัญญา แต่สิ่งที่เขาได้ติดตัวกลับมายังเมืองไทยก็มีประโยชน์มากสำหรับทีมชาติไทย

คนที่สาม กวิน ธรรมสัจจานัน เจ้าของฉายา กวินบินได้ หากเขาไม่ได้รับอาการบาดเจ็บตำแหน่งผู้รักษาประตูทีมชาติไทยต้องตกเป็นของเขา อย่างแน่นอน ด้วยจังหวะการเซฟที่เหนียวหนึบ การอ่านเกมส์ที่เด็ดขาด และลูกกลางอากาศที่เป็นจุดขาย ทำให้เป็นที่พึงในด่านสุดท้ายของทีมได้

คนสุดท้าย กรวิช นามวิเศษ จากกองหลังตัวสำรองซะเป็นส่วนใหญ่ ถูกแมวมองของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ค้นหาจุดเด่นจนพบ ก่อนเซ็นสัญญามาร่วมทีม หลังจากนั้นชื่อเสียงของเขาก็พุ่งขึ้นเหมือนกับกราฟแนวตั้ง ทั้งความแข็งแกร่ง และจังหวะการตัดเกมส์ที่เด็ดขาด ลูกกลางอากาศที่ไม่แพ้นักเตะต่างชาติตัวใหญ่ๆ ทำให้เขาขึ้นทำเนียบเป็นกองหลังเบอร์หนึ่งของทีมชาติไทยในเวลานี้

ที่กล่าวมาคือนักเตะไทยที่มีความสามารถไม่แพ้นักเตะต่างชาติแล้วในเวลานี้ หากคนที่เหลือสามารถพัฒนาขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกันกับพวกเขาได้แล้วละก็เชื่อเหลือเกินว่าการไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของทีมชาติไทยใน ชาตินี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงงงงงงงงงงงงงงงง

Read More

การกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของการท่าเรือ เอฟซี

หากต้องการนึกถึงชื่อของสโมสรฟุตบอลที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยมนต์ขลัง พร้อมด้วยกองเชียร์ที่ให้การสนับสนุนทีมเกินร้อยตลอดมา ชื่อที่ปรากฏขึ้นมาอันดับต้นๆนั้นก็คงจะขาดสโมสร การท่าเรือ เอฟซี ไม่ได้ เป็นอันขาด

กระนั้นก็ตาม ถึงจะมีความพร้อมในเรื่องของแฟนบอล ที่คอยติดตามเชียร์กันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่งตลอดมา แต่การท่าเรือ ก็มักจะมีปัญหาเรื่องของเงินๆทองๆ

ใน สมัยหนึ่งโค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ จำต้องย้ายออกจากทีมในตำแหน่งผู้จัดการทีมเพื่อให้ทีมได้มีเงินมาใช้จ่ายในสโมสร พร้อมด้วยนักเตะแกนหลักหลายคนในเวลานั้น

แล้วหลังจากนั้นก็มีเอกชนอีกหลายหลายเข้ามาซื้อสิทธิ์ในการทำทีม อย่างเช่น ซุปเปอร์ริช บริษัทที่ประกอบกิจการการค้าเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยน สกุลเงิน ในช่วงแรกๆ เหมือนว่าฟ้าเปิดแล้วแต่หลังจากนั้นไม่นานก็จะมีข่าวเรื่องของความขัดแย้งออกมาอยู่ตลอด เอกชน รายต่างๆก็พากันถอนตัวออกไป

การท่าเรือ เอฟซี ก็ตกอยู่ในสถานะของการขาดเงินๆทองๆอีกครั้งหนึ่ง จนเมื่อกลางเลกแรก ของฤดูกาลนี้ก็มีข่าวดี อีกครั้ง เมื่อ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้บริหารของเมืองไทยประกันภัย ได้เข้ามาซื้อสิทธิ์ในการทำทีมไป และเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในทีมอย่างมากมาย ตั้งแต่การแต่ตั้งโค้ชใหม่ อย่าง สมชาย ทรัพย์เพิ่ม การเสริมนักเตะ ระดับท็อปเข้ามาในเลกที่สอง ไม่ว่าจะเป็น วุฒิชัย ทาทอง,จิรวัตร มัครม,เดวิด โรเชรา,เคน วินเซน ก็ทำให้ภาพของทีมการท่าเรือ เอฟซี เปลี่ยนไปทันที จากทีมที่กำลังลุ้นหนีตกชั้น ก็ได้รับการคาดหมายว่าจะสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นในเลกที่สองนี้

หากกล่าวถึง มาดามแป้ง หลายคนคงนึกว่าอาจจะเข้ามาทำทีมเพราะเรื่องของธุรกิจเท่านั้น แต่ถ้าใครติดตามข่าวฟุตบอลหญิงอยู่ตลอดแล้วละก็จะรู้ว่า ผู้หญิงแกร่งคนนี้หลงใหลในกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก เพราะเธอเป็นถึงผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดลุยฟุตบอลโลก มาแล้ว และตลอด หกปีที่เธอได้ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการทีม เธอก็ได้ทุ่มงบประมาณส่วนตัวในการทำทีมไปแล้วถึง หนึ่งร้อยล้านบาท

เพราะฉะนั้นเรื่องของความใจปล้ำและความใจถึงของผู้หญิงคนนี้มีมากจริงๆ ก็หวังว่าจะอยู่ทำทีม การท่าเรือ เอฟซี นี้ไปอีกนานๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น อนาคตของทีมนี้ ช่างดูสว่างสดใสเสียจริงๆ และก็หวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของประเทศได้

Read More

สาเหตุที่สโมสร บีอีซี เทโร ศาสน ฟอร์มหลุด

จากอันดับสามเมื่อฤดูการที่แล้ว ด้วยจำนวนนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่เกือบล้นทีม ทำไหม บีอีซีถึงต้องหนีตกชั้นในฤดูกาลนี้

คงเป็นคำถามที่ ใครหลายๆคน ก็คงอยากรู้ เมื่อได้เห็นอันดับบนตารางคะแนน โตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก ของ ยักษ์กำลังตื่นอย่างบีอีซี เทโร ศาสน สิ่งหนึ่งที่เป็นเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผลนั้นก็คือ การกำศึกหนักของเหล่าบรรดาตัวหลักของทีมที่พากันติดทีมชาติไทยเกือบค่อนทีมไม่ว่าจะเป็น ชุดเล็ก หรือชุดใหญ่ก็ตาม ความเหนื่อยล้าสะสมเมื่อทีมอื่นได้พักแต่นักเตะของบีอีซีกลับไม่ได้พัก และก็มีหลายคนที่หอบเอา อาการบาดเจ็บกลับมาจากการรับใช้ชาติด้วย อย่างเช่น เมสซี่เจ และ อดิศร พรมรักษ์ ตัวหลักของทีม

กองหน้าของ บีอีซี ใช้อดิศักดิ์ ไกรศรเป็นหน้าเป้า ถึงมีดีกรีระดับทีมชาติไทย แต่เมื่อต้องเจอกลับกองหลังต่างชาติของทีมคู่แข็งที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ก็จะเห็นได้ชัดว่าหลายครั้ง อดิศักดิ์ ไกรศร ไม่สามารถเอาชนะกองหลังของคู่แข่งได้ ต่างจากทีมคู่แข่งที่มักใช้กองหน้าเป็นชาวต่างชาติ

ตัวต่างชาติในทีมที่ถือว่าเป็นอาวุธสำคัญของทุกสโมสร สำหรับบีอีซี กลับดูด้อยกว่าทีมอื่นๆ และหลายคนฟอร์มไม่ดีเอาเสียเลย แต่ก็ยังได้เป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่น กิลเบิต กุมสั่น มีความเร็วก็จริงแต่ยังขาดเรื่องของความแน่นอน หลายต่อหลายครั้งที่เขาทำบอลเสียไปเอง ทำให้ทีมเสียโอกาสในการทำเกมให้ต่อเนื่อง

การเปลี่ยนโค้ชบ่อย บีอีซี เทโร ศาสน เป็นทีมที่เปลี่ยนโค้ชบ่อยมากๆทำให้ขาดความต่อเนื่องในการทำทีม เพราะคนที่เข้ามาใหม่ก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้นักเตะในทีม การเปลี่ยนโค้ชใหม่ทำให้นักฟุตบอลในทีมต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปด้วยอาจเกิดความสับสนได้

เสียงเชียร์ไม่มากพอ ถึงแม้ว่าบีอีซี จะเป็นทีมที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่เมื่อเทียบกับทีมดังทีมอื่นๆ พวกเขากับมีผู้เล่นคนที่สิบสองไม่มากนัก อาจเป็นเพราะ สนามที่ไกล จนต้องมีรถรับส่งเข้าสนาม ทำให้อยากแก่การเดินทาง แฟนบอลหลายคนจึงเลือกที่จะเชียร์อยู่บ้านมากกว่า

ยังไงก็คงทำได้เพียงแค่ภาวนาให้ สโมสร แห่งนี้อยู่เป็นสีสัน ในลีกสูงสุดของไทยไปเรื่อยๆ เพราะเป็นทีมที่พร้อมทุกๆด้าน หากปรับให้ดีอีกซักนิดก็คงเข้าที่เข้าทาง และกลับมาเป็นยักษ์ตื่นได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

คราวหน้าเราจะเสนอมุมมองเรื่องอะไรเกี่ยวกับฟุตบอลไทยยังไงก็อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวกันนะครับ เพราะบอลไทยอยู่ในสายเลือดครับ

Read More

ฟุตบอลไทยในยุคปัจจุบัน2558

บทความนี้เหมือนกับเป็นบทเปิดม่านของเรื่องราวฟุตบอลไทยที่เราจะนำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามกันยาวๆยังกับซีรีย์เกาหลีกันเลยที่เดียว โดยจะเริ่มจากภาพรวมทั้งหมดของวงการฟุตบอลไทยในปัจจุบันปี 2558 แล้วค่อยเจาะลึกไปยังสโมสรดังๆว่ามีความเป็นมาอย่างไรกันบ้าง

ในปีนี้ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกยังคงได้ผู้สนับสนุนหลักเป็นบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นชื่อดังอย่างโตโยต้านั้นเอง และมีชื่อการแข่งขันอย่างเป็นทางการคือ โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 18 ทีม โดยจะมีทีมที่ต้องตกไปเล่นในระดับ ดิวิชั่นหนึ่งสามทีมด้วยกัน คืออันดับที่ 16,17และ18 ส่วนทีมที่ได้อันดับหนึ่งจะได้สิทธิ์ไปแข่งฟุตบอล เอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีกรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ ส่วนอันดับที่สองและสามจะต้องไปเล่นในรอบคัดเลือกก่อน

สถานการณ์ในปัจจุบันนั้นยังถือว่าได้ลุ้นกันสนุกเพราะอันดับหนึ่งอย่างสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด และอันดับสอง อย่าง สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคะแนนเท่ากันพอดี แต่เป็นเมืองทองที่มีประตูได้เสียที่ดีกว่าทำให้ยังนำเป็นจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้ โดยลงแข่งไปแล้วทีมละ 24 นัด(เหลืออีกทีมละ10นัด) มี54คะแนนเท่ากัน แต่เมืองทองมีประตูได้เสียดีกว่าอยู่สองประตู สำหรับอันดับสามนั้นยังเปิดกว้างเพราะว่ามีทีมอข้าข่าวคะแนนใกล้เคียงกันถึง 5ทีมได้แก่ สโมสรบางกอกก๊าซ เอฟซี และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี มี 43 คะแนน สโมสร ชลบุรี เอฟซี,แบงค็อก ยูไนเต็ด,เชียงราย ยูไนเต็ด มี 41 คะแนนเท่ากัน ทำให้การแย้งอันดับสาม เพื่อไปเล่น เอเอฟซี แชมป์เปี่ยนลีก ยังเปิดกว้างสำหรับทุกทีม

สำหรับทีมที่คาดการณ์กันว่าจะตกชั้นนั้นหนึ่งทีมแน่ๆนั้นก็คือ สโมสร ทีโอที เอสซี ที่มีปัญหาภายในสโมสร และทำให้นักฟุตบอลบางส่วนย้ายออกจากทีมไปในช่วงตลาดซื้อขายเลกสองที่ผ่านมา แต่เรื่องยังไม่จบเพียงแค่นั้นเพราะว่ามีข่าวล่าสุดออกมาจากแคมป์ฝึกซ้อมของสโมสรว่า นักฟุตบอลไม่ได้รับเงินค่าเหนื่อยเป็นเวลาสามเดือนติดต่อกันแล้ว ทำให้มีข่าวว่านักฟุตบอลตัวหลักจะไม่ยอมลงเล่นให้กับทีม แต่เหตุการณ์นั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าเกมการแข่งขันก็ยังเกิดขึ้นได้ แต่เรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไหงก็ต้องติดตามความคืบหน้ากันอย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งสโมสรที่ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์หลับแห่งวงการฟุตบอลบ้านเราอย่าง บีอีซี เทโร ศาสน ที่เพิ่มคืนฟอร์มเก่งขึ้นมาและเมื่อปีที่แล้วก็จบด้วยอันดับสามในลีก และเต็มไปด้วยซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกสิน,ธณบูรณ์ เกษารัตน์,พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา,อดิศักดิ์ ไกษร,อดิสร พรมรักษ์ เป็นต้น แต่ทีมกับตกไปอยู่อันดับที่ 14 ของตารางจากทั้งหมด 18 ทีม มีคะแนนเหนือโซนตกชั้นแค่สามคะแนนเท่านั้นเอง

ครั้งหน้าเรามาคุยกันว่าทำไหม สโมสร บีอีซี เทโร ศาสน ถึงทำผลงานได้ผิดเป้าซะขนาดนั้น

Read More