กว่าจะได้มาเป็นครู

ผมเองไม่ได้เรียนจบ คุรุศาสตร์ ที่พอจบปุ๊บจะสามารถมาสอนหนังสือได้เลยทันที แต่ผมต้องมาเรียนเพิ่มอีกหนึ่งปี เพื่อที่จะสามารถสอนหนังสือได้

หลายคนที่ไม่ได้ค่อยคลุกคลีกับวงการครูนั้นคงไม่ทราบว่า การประกอบอาชีครูนั้นไม่ได้สามารถเป็นกันได้ง่ายๆ เพราะคนที่จะสามารถสอนในโรงเรียนของรัฐได้นั้นจะต้องมีใบอนุญาติลักษณะเดียวกันกับใบอนุญาติของ หมอ หรือ วิศวกร เพราะครูถือว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูง โดยใบอนุญาตดังกล่าวนั้นเรียกว่า ใบประกอบวิชาชีพครู โดยการได้ใบอนุญาตนี้มาก็มีด้วยกันหลายทางด้วยกัน หากเรียนคุรุศาสตร์มา ก็จะได้ใบประกอบวิชาชีพมาด้วยเลย(มีการสอบขอใบอนุญาติภายใน) หากเรียนจบสาขาวิชาอื่นมา ก็มีสองทางเลือกนั้นก็คือ เรียน ป.บัณฑิต(ปัจจุบันรับเฉพาะครูเอกชนและบุคลากรภายใน) ระยะเวลาหนึงปีก็จะได้ ใบประกอบวิชาชีพ วิธีที่สอง การสอบ9มาตรฐาน โดยการสอบข้อสอบเก้าชุด หลังจากนั้นก็ไปฝึกสอนอีกหนึ่งปีก็จะได้ใบประกอบวิชีพมา แต่วิธีนี้ค่อนข้างยาก

เมื่อมีใบประกอบวิชาชีพแล้วก็สามารถ ที่จะทำงานในโรงเรียนได้ โดยคนที่ทำหน้าที่สอนอยู่ในโรงเรียนนั้นก็มีหลายตำแหน่ง ไม่ได้มีเฉพาะข้าราชการครูอย่างเดียว หากไล่ตากศักดิ์ ต่ำสุดก็จะเป็น 1.อัตราจ้างที่ใช้เงินโรงเรียนจ้าง 2.อัตราจ้างที่ใช้เงิน สพฐ จ้างโดยจะได้รับสัญญาจ้างแบบปีต่อปี แต่ส่วนมากก็จะเป็นไปเรื่อยนอกจากต้องการที่จะออกจากตำแหน่งเอง 3.พนักงานราชการ เป็นลูกจ้างของรัฐ แต่สวัสดิการไม่เท่ากับข้าราชการ ได้รับสัญญาจ้าง 3 ปี เมื่อหมดสัญญาก็จะต่อเรื่อยๆ ส่วนมากก็จะอยู่จรออกเอง 4.ก็คือ ข้าราชการครู โดยตำแหน่งเริ่มต้นนั้นคือครูผู้ช่วย ถ้าได้บรรจุเป็นข้าราชการครูและก็ถือว่ามั่นคงแล้ว

เป้าหมายสูงสุดของคนที่จบครูมาและคนที่ทำงานสอนแต่ยังไม่ได้รับการบรรจุนั้นก็คือ การสอบให้ได้ลำดับดีๆเพื่อจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครู

ทีนี้มาดูขั้นตอนในการสอบคัดเลือกดูบ้าง ว่ามีขั้นตอนยังไง การสอบบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยจะมีการเปิดสอบแข่งขันทุกปี ช่วงเดือนเมษายน เมื่อสอบผ่านเกรณ์คะแนนที่กำหนดนั้นก็คือ 60 คะแนนจาก 100 คะแนน ของการสอบแต่ละภาค(จะแบ่งการสอบออกเป็นส่วนเรียกว่า ภาค ได้แก่ ภาค ก ภาค ข ภาค ค) ก็จะได้รับการขึ้นบัญชีไว้เมื่อมีตำแหน่งว่างก็จะมีการเรียกบรรจุ โดยบัญชีดังกล่าวจะมีอายุ 2 ปี เมื่อครบสองปีหากมีรายชื่อเหลืออยู่ก็จะทำการยกเลิกเป็นโมฆะ ไปเพราะฉะนั้นถึงแม่สอบผ่านได้ขึ้นบัญชีก็ใช้ว่าคุณจะได้บรรจุเป็นข้าราชการเสมอไป

Read More